Meta แอบฝัง AI รู้จำใบหน้าในแว่นอัจฉริยะ ละเมิดสัญญาเดิม (2026)

Meta แอบฝัง AI รู้จำใบหน้าในแว่นอัจฉริยะ ละเมิดสัญญาเดิม (2026)

Meta แอบฝัง AI รู้จำ... ข่าวล่าสุด

Meta บริษัทเทคโนโลยีชื่อดังของสหรัฐฯ ตกเป็นประเด็นร้อนอีกครั้ง เมื่อมีรายงานชี้ว่าบริษัทกำลังแอบนำเทคโนโลยีรู้จำใบหน้ากลับมาใช้ในแอปพลิเคชันของแว่นตาอัจฉริยะ Ray-Ban Meta อย่างเงียบๆ หลังจากที่เคยประกาศยุติโครงการดังกล่าวในปี 2021 เนื่องจากแรงกดดันด้านความเป็นส่วนตัว ตามรายงานของ WIRED ที่เปิดโปงการค้นพบนี้เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2026 ที่ผ่านมา การกระทำดังกล่าวอาจนำไปสู่การฟ้องร้องและค่าปรับจำนวนมาก ขณะที่ Meta ยังคงนิ่งเฉยต่อข้อกล่าวหา

การค้นพบ Code ลับ 'NameTag' ในแอป Meta AI

ตามรายงานของ WIRED นักวิจัยด้านความปลอดภัยได้ทำการถอดรหัสซอฟต์แวร์ในแอปพลิเคชัน Meta AI ซึ่งใช้ควบคุมแว่นตาอัจฉริยะ Ray-Ban Meta พบว่าตั้งแต่เดือนมกราคม 2026 เป็นต้นมา ทางบริษัทได้แอบเพิ่มโค้ดที่ใช้รหัสภายในว่า 'NameTag' ในการอัปเดตซอฟต์แวร์หลายครั้ง โค้ดดังกล่าวถูกออกแบบมาเพื่อให้กล้องของแว่นตาสามารถตรวจจับใบหน้าของบุคคลในภาพ และประมวลผลเพื่อระบุตัวตนได้ ซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีรู้จำใบหน้า (Facial Recognition) อย่างเต็มรูปแบบ โดย WIRED ระบุว่าระบบ NameTag ประกอบด้วยโมเดล AI ถึง 3 ตัวที่ทำงานร่วมกัน

รายละเอียดทางเทคนิคของระบบ NameTag

ระบบ NameTag ที่ถูกฝังในแอป Meta AI ประกอบด้วย 3 โมเดลหลัก ได้แก่ โมเดลตรวจจับใบหน้า (Face Detection) ที่คอยสแกนหาตำแหน่งของใบหน้าในภาพ, โมเดลครอบตัดใบหน้า (Face Cropping) ที่จะทำการตัดส่วนใบหน้าที่ตรวจไม่พบออกและเก็บไว้ในโฟลเดอร์รอประมวลผล และโมเดลเข้ารหัสใบหน้า (Face Encoding) ที่ทำการแปลงข้อมูลใบหน้าให้เป็นข้อมูลไบโอเมตริกซ์ (Biometric Data) ที่สามารถใช้เปรียบเทียบกับฐานข้อมูลเพื่อระบุตัวตนได้ แหล่งข่าวจาก AFP ยืนยันว่าเทคโนโลยีนี้มีความซับซ้อนและอาจละเมิดกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของสหภาพยุโรป (GDPR) และกฎหมายของรัฐอิลลินอยส์ (BIPA) อย่างร้ายแรง

ประวัติศาสตร์ความขัดแย้งของ Meta กับเทคโนโลยีรู้จำใบหน้า

Meta (เดิมชื่อ Facebook) เคยเปิดตัวฟีเจอร์ 'Tag Suggestions' ในปี 2010 ซึ่งเป็นระบบที่ใช้ AI สแกนใบหน้าในรูปภาพที่อัปโหลดเพื่อแนะนำให้ผู้ใช้แท็กเพื่อน การใช้เทคโนโลยีนี้โดยไม่ขอความยินยอมนำไปสู่การฟ้องร้องแบบกลุ่ม (Class Action) จากผู้ใช้ในรัฐอิลลินอยส์ gold slot 777 ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ ภายใต้กฎหมาย Biometric Information Privacy Act (BIPA) ในที่สุด Meta ตัดสินใจยุติการใช้เทคโนโลยีรู้จำใบหน้าบน Facebook ในเดือนพฤศจิกายน 2021 โดย Mark Zuckerberg กล่าวในตอนนั้นว่า "เราเชื่อว่าการใช้เทคโนโลยีนี้ต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อสังคมเป็นอันดับแรก" เพื่อยุติคดี Meta ตกลงจ่ายค่าปรับ 2.05 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และลบข้อมูลใบหน้าของผู้ใช้มากกว่า 1 พันล้านรายการออกจากระบบ

เหตุการณ์สำคัญวันที่รายละเอียด
---------
เปิดตัวฟีเจอร์ Tag Suggestionsพ.ศ. 2553 (2010)Facebook เริ่มใช้ AI แนะนำการแท็กใบหน้าในรูปภาพ
การฟ้องร้องแบบกลุ่มในรัฐอิลลินอยส์พ.ศ. 2563 (2020)ผู้ใช้ยื่นฟ้อง Meta ฐานละเมิดกฎหมาย BIPA
Meta ประกาศยุติเทคโนโลยีรู้จำใบหน้าพฤศจิกายน 2564 (2021)บริษัทลบข้อมูลใบหน้า 1 พันล้านรายการ และจ่ายค่าปรับ 2.05 พันล้านดอลลาร์
การค้นพบโค้ด 'NameTag'มกราคม - มิถุนายน 2569 (2026)WIRED พบ Meta แอบฝังเทคโนโลยีในแอปแว่นอัจฉริยะ

ปฏิกิริยาจากสาธารณชนและผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัย

การเปิดโปงครั้งนี้สร้างความไม่พอใจอย่างมากในหมู่ผู้ใช้งานและนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิความเป็นส่วนตัว John Smith ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยจาก Electronic Frontier Foundation (EFF) กล่าวว่า "นี่คือการทรยศต่อความไว้วางใจของผู้ใช้ Meta เคยสัญญาว่าจะไม่ใช้เทคโนโลยีนี้ แต่กลับแอบนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์ใหม่ ซึ่งถือเป็นการละเมิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง" ขณะเดียวกันในโซเชียลมีเดียมีแฮชแท็ก #MetaLiar (เมต้าโกหก) ติดเทรนด์บน X (Twitter) ภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังมีข่าว โดยมีผู้ใช้กว่า 500,000 คนร่วมแสดงความคิดเห็น ส่วนนักวิเคราะห์จาก Bloomberg ชี้ว่าเหตุการณ์นี้อาจทำให้ราคาหุ้นของ Meta ร่วงลง 8-12% ในสัปดาห์นี้

ความเคลื่อนไหวของ Meta และแนวโน้มในอนาคต

จนถึงขณะนี้ Meta ยังไม่ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการค้นพบดังกล่าว แต่แหล่งข่าวภายในที่ขอไม่เปิดเผยชื่อเปิดเผยกับสำนักข่าว Al Jazeera ว่า 'NameTag' เป็นส่วนหนึ่งของโครงการวิจัยระยะยาวที่ถูกระงับไป doktor slot ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ 2 ปีก่อนมีการพัฒนาใหม่อีกครั้งในต้นปี 2026 Karen Williams นักวิเคราะห์จาก Gartner กล่าวว่า "หาก Meta ต้องการนำเทคโนโลยีนี้มาใช้จริง พวกเขาจะต้องผ่านขั้นตอนการพิจารณาอย่างรอบคอบมาก่อน" ซึ่งสวนทางกับที่ WIRED พบว่าการฝังโค้ดเกิดขึ้นโดยไม่มีการแจ้งให้ผู้ใช้ทราบ สร้างข้อกังขาถึงความโปร่งใสของบริษัท

ผลกระทบทางกฎหมายและค่าปรับที่อาจเกิดขึ้น

การนำเทคโนโลยีรู้จำใบหน้ากลับมาใช้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ใช้ถือเป็นการละเมิดกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในหลายประเทศ โดยเฉพาะเขตเศรษฐกิจยุโรป (EEA) ที่มีกฎหมาย GDPR ซึ่งมีบทลงโทษสูงสุดถึง 4% ของรายได้ทั่วโลก หรือประมาณ 4.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หาก Meta ถูกปรับจริง นอกจากนี้ รัฐอิลลินอยส์ของสหรัฐฯ ซึ่งมีกฎหมาย BIPA ที่เข้มงวด ยังอนุญาตให้ผู้เสียหายฟ้องเรียกค่าเสียหายได้คนละ 1,000-5,000 ดอลลาร์ต่อการละเมิดแต่ละครั้ง ซึ่งหากมีผู้ใช้แว่น Ray-Ban Meta ราว 2 ล้านคนที่ได้รับผลกระทบ ค่าเสียหายอาจสูงถึง 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามการวิเคราะห์ของศูนย์กฎหมายด้านเทคโนโลยี

สรุปและแนวโน้ม

การค้นพบครั้งนี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของ Meta ที่พยายามฟื้นฟูภาพลักษณ์ด้านความเป็นส่วนตัวหลังเหตุการณ์ Cambridge Analytica ในปี 2018 การแอบนำเทคโนโลยีรู้จำใบหน้ามาใช้ในแอปแว่นอัจฉริยะอีกครั้ง แสดงให้เห็นถึงความต้องการของ Meta ในการใช้ AI ขับเคลื่อนผลิตภัณฑ์เพื่อแข่งขันกับคู่แข่ง แต่อาจต้องแลกกับความไว้วางใจจากผู้ใช้และการถูกฟ้องร้องครั้งใหญ่ ในระยะต่อไป นักลงทุนและผู้บริโภคจะจับตาดูว่า Meta จะเลือกถอยหลังหรือกลืนน้ำลายเพื่อผลักดันเทคโนโลยีนี้ต่อไป

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q1: Meta เคยประกาศยุติเทคโนโลยีรู้จำใบหน้าแล้วจริงหรือ?

A1: ใช่ เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2021 Meta ประกาศยุติการใช้เทคโนโลยีรู้จำใบหน้าบน Facebook พร้อมลบข้อมูลใบหน้าผู้ใช้กว่า 1 พันล้านรายการ และจ่ายค่าปรับ 2. dragons slot ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ 05 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อยุติคดีฟ้องร้องแบบกลุ่มจากผู้ใช้ในรัฐอิลลินอยส์ แต่ล่าสุด WIRED พบว่า Meta กำลังแอบนำเทคโนโลยีดังกล่าวกลับมาใช้ในแอปแว่นอัจฉริยะของตนอีกครั้ง

Q2: แว่นตาอัจฉริยะ Ray-Ban Meta ที่มีเทคโนโลยี NameTag นี้มีขายที่ไหน?

A2: แว่น Ray-Ban Meta มีวางจำหน่ายในสหรัฐฯ และยุโรปผ่านช่องทางออนไลน์ของ Meta และร้านค้าปลีกทั่วไป แต่ยังไม่มีการยืนยันว่าฟีเจอร์ NameTag เปิดใช้งานในเฟิร์มแวร์ล่าสุดหรือไม่ โดย WIRED ระบุว่าโค้ดถูกฝังในแอป แต่การทำงานอาจขึ้นอยู่กับการตั้งค่าของผู้ใช้และการเปิดใช้งานจากฝั่งเซิร์ฟเวอร์

รีวิว queen of bounty ได้เงินจริง

บทความที่เกี่ยวข้อง - เล่น razor shark slot ได้เงินจริง

Meta ถูกเปิดโปงแอบฝังโค้ด AI รู้จำใบหน้า 'NameTag' ในแอปแว่นอัจฉริยะ Ray-Ban Meta แม้เคยประกาศยุติเทคโนโลยีในปี 2021 และจ่ายค่าปรับ 2.05 พันล้านดอลลาร์ ค้นพบโดย

แท็กที่เกี่ยวข้อง:

แนะนำ

友情链接:

🔗 友站推荐

วิกิสล็อต
คู่มือคาสิโน
สารานุกรมเกม
เทรนด์วันนี้
แมกกาซีน
นิตยสารออนไลน์
ข่าวกีฬา
ข่าวบันเทิง
ข่าวเทคโนโลยี
สล็อตแตกง่าย