จันทน์ ชุน ซิง ชี้โล... ข่าวล่าสุด
รัฐมนตรีประสานงานด้านความมั่นคงและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสิงคโปร์ นายจันทน์ ชุน ซิง กล่าวปาฐกถาในการประชุม Shangri-La Dialogue รอบสุดท้าย เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 ว่า ความขัดแย้งร่วมสมัยได้เปลี่ยนแปลงธรรมชาติไปอย่างสิ้นเชิง โดยมีลักษณะเด่นสามประการ ได้แก่ การกระจายตัวข้ามพรมแดนทางภูมิศาสตร์ การใช้เครื่องมือที่เหนือกว่ากำลังทหารแบบเดิม และการส่งผลกระทบข้ามช่วงเวลา ตามรายงานของสำนักข่าว Reuters นายจันทน์ฯ เน้นย้ำว่าภัยคุกคามในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่แค่สนามรบอีกต่อไป แต่เชื่อมโยงเครือข่ายทางทหาร เศรษฐกิจ สารสนเทศ และไซเบอร์เข้าด้วยกัน เขาเสนอให้ประชาคมโลกต้องร่วมกันธำรงไว้ซึ่งกฎเกณฑ์ระหว่างประเทศที่มีอยู่ และปรับปรุงให้สอดคล้องกับสถานการณ์ พร้อมสร้างพันธมิตรที่ยืดหยุ่นและมุ่งเน้นตามประเด็น เพื่อหลีกเลี่ยงทางเลือกที่ผิดพลาดอย่างการถูกบีบให้ ‘เลือกข้าง’ นอกจากนี้เขายังย้ำจุดยืนของอาเซียนที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐฯ หรือจีน แต่เป็น ‘Pro-Asean’ หรืออาเซียนเป็นศูนย์กลาง การประชุม Shangri-La Dialogue ซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศสิงคโปร์ ถือเป็นเวทีสำคัญด้านความมั่นคงแห่งเอเชียที่มีผู้เข้าร่วมจากกว่า 40 ประเทศและองค์กรระหว่างประเทศ
สามมิติแห่งความขัดแย้งยุคใหม่ที่เปลี่ยนโฉมหน้าความมั่นคงโลก
นายจันทน์ฯ ระบุว่าลักษณะของความขัดแย้งในปัจจุบันมีมากกว่าการปะทะกันด้วยกำลังอาวุธ เขาชี้ให้เห็นถึง ‘สามมิติ’ ที่เปลี่ยนไป ได้แก่ การแผ่ขยายในเชิงพื้นที่ การใช้เครื่องมือที่เหนือกำลังทหารแบบเดิม และการสร้างผลกระทบข้ามช่วงเวลา จากรายงานของ BBC ที่รายงานสดจากงานประชุมฯ ระบุว่ามิติแรกคือความขัดแย้งไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในภูมิภาคใดภูมิภาคหนึ่งอีกต่อไป แต่ส่งผลสะเทือนไปทั่วโลก ตัวอย่างเช่น ความขัดแย้งในยุโรปตะวันออกและตะวันออกกลางได้ก่อให้เกิดการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานและการผลิตทั่วโลก ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของทุกประเทศ มิติที่สองคือเครื่องมือในการแข่งขันเปลี่ยนจากอำนาจทางทหารล้วนๆ ไปสู่เครื่องมือทางเศรษฐกิจและข้อมูลข่าวสารที่กลายเป็นอาวุธ อำนาจทางทหารแบบเดิมไม่ใช่ปัจจัยชี้ขาดเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป มิติที่สาม สิ่งสำคัญคือผลกระทบของความขัดแย้งเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วคราวแต่ส่งผลต่ออนาคต โดยเฉพาะต่อโครงสร้างพื้นฐานสำคัญอย่างระบบข้อมูลข่าวสาร พลังงาน และประปา ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิตของประชาชน
หลักการ พันธมิตร และการเมือง: กรอบสามเสาหลักในการรับมือ
เพื่อตอบสนองต่อความท้าทายที่ซับซ้อนนี้ รัฐมนตรีกลาโหมสิงคโปร์เสนอแนวทางสามประการที่เน้น ‘หลักการ พันธมิตร และการเมือง’ (Principles, Partnerships, and Politics) ตามรายงานของสำนักข่าว AFP ที่ได้สัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงในที่ประชุมฯ ประการแรก ด้านหลักการ ทุกประเทศต้องร่วมกันปกป้องและปรับปรุงกฎเกณฑ์และบรรทัดฐานระหว่างประเทศให้ทันสมัย เพราะกฎเกณฑ์ที่มีอยู่เดิมอาจไม่สามารถรับมือกับภัยรูปแบบใหม่ เช่น สงครามข้อมูลหรือการโจมตีทางไซเบอร์ได้ ประการที่สอง ด้านพันธมิตร จำเป็นต้องสร้างความร่วมมือที่ยืดหยุ่นและมุ่งเน้นประเด็นเฉพาะ (issue-based) มากกว่าการรวมกลุ่มแบบถาวร เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อภาวะฉุกเฉินที่หลากหลายได้อย่างทันท่วงที ประการที่สาม ด้านการเมือง แต่ละประเทศต้องสร้างความไว้วางใจและความสามัคคีภายในประเทศเพื่อให้แน่ใจว่านโยบายมีความต่อเนื่อง และสามารถบรรลุความร่วมมือระหว่างประเทศได้
นายจันทน์ฯ กล่าวว่า “เราไม่สามารถจัดการกิจการระหว่างประเทศได้ดี หากละเลยปัญหาในประเทศของตนเอง ในทำนองเดียวกัน เราก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาภายในประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ gameslot ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ หากมองข้ามการเปลี่ยนแปลงในสภาพแวดล้อมระหว่างประเทศ” คำกล่าวนี้ตอกย้ำถึงความเชื่อมโยงที่แยกไม่ออกระหว่างความมั่นคงในประเทศและความมั่นคงระหว่างประเทศ
เสรีภาพในการเดินเรือ: บทเรียนจากช่องแคบมะละกาสู่ช่องแคบฮอร์มุซ
ในประเด็นทางทะเล รัฐมนตรีจันทน์ฯ ได้อ้างถึงวิกฤตการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซเมื่อไม่นานมานี้ และใช้กลไกการลาดตระเวนร่วมในช่องแคบมะละกาเป็นตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จ ช่องแคบมะละกาเป็นเส้นทางเดินเรือที่สำคัญที่สุดเส้นทางหนึ่งของโลก โดยมีการลาดตระเวนร่วมระหว่างสิงคโปร์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และไทย เขาระบุว่า “เราเชื่อว่าเสรีภาพในการเดินเรือ ไม่ว่าจะเป็นการค้า การไหลเวียนของข้อมูล หรือการขนส่งพลังงาน ไม่สามารถรับประกันได้โดยประเทศใดประเทศหนึ่งเพียงลำพัง แต่จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายร่วมกันปกป้อง” แหล่งข่าวจาก Bloomberg ยังเสริมว่า การหารือในที่ประชุมฯ ให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางทะเลเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นเส้นเลือดใหญ่ของเศรษฐกิจโลก
ตารางเปรียบเทียบ: ความขัดแย้งแบบดั้งเดิมกับความขัดแย้งยุคใหม่
| ลักษณะ | ความขัดแย้งแบบดั้งเดิม | ความขัดแย้งยุคใหม่ |
|---|
| --- | --- | --- |
|---|
| ขอบเขต | จำกัดอยู่ในพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ | กระจายข้ามพรมแดนและส่งผลกระทบทั่วโลก |
|---|
| เครื่องมือหลัก | กำลังทหาร อาวุธยุทโธปกรณ์ | เครื่องมือทางเศรษฐกิจ ข้อมูลข่าวสาร ไซเบอร์ |
|---|
| ผลกระทบ | ในระยะสั้นถึงปานกลาง มุ่งเป้าทางการทหาร | ในระยะยาว ส่งผลต่อโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ (ข้อมูล พลังงาน น้ำ) |
|---|
| ผู้เกี่ยวข้อง | รัฐเป็นหลัก | รัฐ องค์กรที่ไม่ใช่รัฐ บริษัทเอกชน และเครือข่ายอาชญากร |
|---|
| ตัวอย่าง | สงครามระหว่างประเทศ อิสรภาพของดินแดน | สงครามการค้า การโจมตีทางไซเบอร์ การบิดเบือนข้อมูล |
|---|
บทบาทของ AI และความร่วมมือด้านไซเบอร์ในภูมิภาค
นายจันทน์ฯ ยังได้กล่าวถึงความท้าทายจากปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่สามารถนำไปใช้ในทางการทหาร เขาเน้นว่า “ไม่มีรัฐบาลใดต้องการให้มีระบบอาวุธที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งไม่สามารถควบคุมได้” ดังนั้น สิงคโปร์จึงร่วมมือกับเนเธอร์แลนด์และเกาหลีใต้ในการผลักดันการหารือระดับโลกเกี่ยวกับธรรมาภิบาลทางทหารด้าน AI นอกจากนี้ สิงคโปร์ยังเป็นเจ้าภาพก่อตั้งศูนย์ความเป็นเลิศด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และข้อมูลของที่ประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียน (ADMM Cybersecurity and Information Centre of Excellence: ACICE) ตั้งแต่ปี 2566 ศูนย์นี้มีบทบาทสำคัญในการแปลงบรรทัดฐานที่กำหนดโดยสหประชาชาติให้เป็นแนวปฏิบัติในระดับภูมิภาค ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการสร้างความไว้วางใจระหว่างประเทศสมาชิก
บทสรุปจากรัฐมนตรี: ‘พูดคุยและลงมือทำ’
ในการกล่าวปิดการประชุมฯ นายจันทน์ฯ ได้ทิ้งท้ายด้วย ‘โคลงสี่บท’ เพื่อสื่อถึงความสำคัญของการสื่อสารและการปฏิบัติการร่วมกันว่า “การพูดโดยไม่ลงมือทำ จะทำให้ทุกสิ่งยากเย็น การลงมือทำโดยไม่พูดคุย slot sakura ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ จะทำให้ความไว้วางใจยิ่งยากลำบาก การไม่พูดคุยและไม่ลงมือทำ จะยิ่งยากลำบากที่สุด แต่การพูดคุยควบคู่ไปกับการลงมือทำ จะทำให้ทุกอย่างไม่ยากเย็น” คำกล่าวนี้ตอกย้ำถึงความจำเป็นในการสร้างความไว้วางใจผ่านการเจรจา และเปลี่ยนบทสนทนาไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมเพื่อรับมือกับความท้าทาย
FAQ
Q1: เหตุใดรัฐมนตรีกลาโหมสิงคโปร์จึงเน้นย้ำเรื่องการไม่เลือกข้างในเวที Shangri-La Dialogue?
A1: การเน้นย้ำจุดยืน 'Pro-Asean' หรืออาเซียนเป็นศูนย์กลางของนายจันทน์ ชุน ซิง มาจากความกดดันทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ และจีน ที่ต่างต้องการดึงประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เข้าข้างตนเอง การที่สิงคโปร์และอาเซียนยืนกรานไม่เลือกข้างเป็นการปกป้องผลประโยชน์ของประเทศขนาดกลางและเล็กเพื่อรักษาเสถียรภาพและความเป็นกลางในภูมิภาค เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ถูกบีบให้ต้องเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ซึ่งอาจนำไปสู่ความขัดแย้งที่ไม่พึงประสงค์ ตามรายงานของ Reuters
Q2: กลไกการลาดตระเวนร่วมในช่องแคบมะละกาที่รัฐ slot 888 ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ มนตรียกมาอ้างอิงนั้นมีความสำคัญอย่างไร?
A2: กลไกการลาดตระเวนร่วมในช่องแคบมะละกาเป็นตัวอย่างของความร่วมมือระหว่างประเทศที่ประสบความสำเร็จ โดยมีสิงคโปร์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และไทยเข้าร่วม ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเสรีภาพในการเดินเรือ ซึ่งรวมถึงการขนส่งสินค้า การไหลเวียนของข้อมูล และพลังงานนั้น ไม่สามารถพึ่งพาประเทศเดียวได้ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง แบบจำลองนี้ถูกหยิบยกมาเสนอใช้กับปัญหาในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเส้นทางเดินเรือที่สำคัญของโลก
การปรับตัวสู่โลกที่เชื่อมโยงถึงกัน: บทสรุปและแนวโน้ม
การปาฐกถาของรัฐมนตรีจันทน์ฯ ใน Shangri-La Dialogue สะท้อนให้เห็นถึงความตระหนักรู้ของสิงคโปร์ต่อโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งความขัดแย้งไม่ได้จำกัดอยู่แค่สนามรบอีกต่อไป การเรียกร้องให้มีการปรับปรุงกฎเกณฑ์ สร้างพันธมิตรที่ยืดหยุ่น และเสริมสร้างความไว้วางใจในประเทศ เป็นแนวทางเชิงรุกที่สิงคโปร์เสนอให้แก่ประชาคมโลก โดยเฉพาะในประเด็นเสรีภาพในการเดินเรือและธรรมาภิบาลของ AI ซึ่งเป็นประเด็นร้อนแห่งยุค ความท้าทายที่แท้จริงอยู่ที่การแปลงแนวคิดเหล่านี้ให้เป็นการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมและมีความยั่งยืนในระยะยาว ท่ามกลางความขัดแย้งที่มีความซับซ้อนยิ่งขึ้น
บทความที่เกี่ยวข้อง - scr slot ทดลองเล่น ฟรี
รัฐมนตรีกลาโหมสิงคโปร์ ชี้ความขัดแย้งยุคใหม่ก้าวพ้นพรมแดนและกำลังทหารในเวที Shangri-La Dialogue เรียกร้องปรับปรุงกฎเกณฑ์และสร้างพันธมิตรยืดหยุ่นเพื่อหลีกเลี่ยงก