อิหร่านสหรัฐฯปะทะ! เ... ข่าวล่าสุด
ความตึงเครียดระหว่างอิหร่านและสหรัฐอเมริกากำลังทวีความรุนแรงขึ้นอีกครั้งในรอบวันที่ 28-29 พฤษภาคม 2569 โดยเกิดเหตุการณ์สำคัญที่ทั้งสองฝ่ายต่างออกมาโต้แย้งข้อเท็จจริงกันอย่างเผ็ดร้อน ขณะที่การเจรจาเกี่ยวกับบันทึกความเข้าใจ (MOU) ก็จบลงด้วยความไม่ลงรอยกัน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกผันผวนอย่างหนัก โดยเฉพาะราคาน้ำมันเบรนท์ที่มีความผันผวนสูงถึงเกือบ 6% ในวันเดียว บทความนี้จะสรุปสถานการณ์ล่าสุดที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงของตะวันออกกลางและตลาดพลังงานโลก
## อิหร่านอ้างยิงเครื่องบินสหรัฐฯ ตก แต่กองทัพสหรัฐฯ ปฏิเสธ

เมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่ 29 พฤษภาคม 2566 สำนักข่าวแห่งชาติอิหร่าน (IRNA) ได้รายงานโดยอ้างอิงคำพูดของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในจังหวัดบุชเชอร์ ว่ากองกำลังอิหร่านได้ทำลายเครื่องบินของกองทัพสหรัฐฯ ในพื้นที่ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ได้ออกแถลงการณ์ในโซเชียลมีเดียทันที โดยยืนยันว่าไม่มีเครื่องบินของสหรัฐฯ ถูกยิงตกแต่อย่างใด พร้อมระบุว่ายานพาหนะทางอากาศทั้งหมดของสหรัฐฯ อยู่ในสภาพที่ปลอดภัยและสามารถตรวจสอบได้ การโต้แย้งครั้งนี้สร้างความสับสนให้กับตลาดและนักวิเคราะห์ เนื่องจากทั้งสองฝ่ายยังไม่มีหลักฐานภาพหรือวิดีโอมาสนับสนุนข้อกล่าวหาของตน
## การยิงสัญญาณเตือนและการปะทะในน่านน้ำทะเลอ่าวเปอร์เซีย

ก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน กองกำลังติดอาวุธของอิหร่านได้ยิงสัญญาณเตือนไปยังเรือ 4 ลำที่ละเมิดกฎในบริเวณใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ โดยรายงานจากกองบัญชาการป้องกันทางอากาศของอิหร่านระบุว่า เสียงระเบิดที่ได้ยินในพื้นที่แอ๊บบาสไม่ได้มาจากการโจมตีโดยตรง แต่เป็นผลมาจากการยิงเตือนเรือที่ผิดกฎหมายในน่านน้ำ ขณะที่สหรัฐฯ อ้างว่าอิหร่านได้ยิงขีปนาวุธพิสัยไกลไปยังคูเวต ซึ่งถูกสกัดกั้นได้ และปล่อยโดรนจู่โจม 5 ลำที่มุ่งหน้าไปยังช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งทั้งหมดถูกสกัดกั้นโดยกองทัพสหรัฐฯ การปะทะในทะเลอ่าวเปอร์เซียครั้งนี้ถือเป็นความเสี่ยงโดยตรงต่อการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญสำหรับการส่งออกน้ำมันของภูมิภาค
## บันทึกความเข้าใจที่ยังไม่ลงตัว: สหรัฐฯ ยืนยันตกลงได้ แต่อิหร่านปฏิเสธ

สถานการณ์ตึงเครียดยิ่งซับซ้อนเมื่อมีรายงานจากสำนักข่าว Axios โดยอ้างอิงแหล่งข่าวสหรัฐฯ ว่าผู้เจรจาของทั้งสองฝ่ายได้บรรลุข้อตกลงในร่างบันทึกความเข้าใจ (MOU) ซึ่งคงสภาพการหยุดยิงเป็นเวลา 60 วัน และเป็นการเริ่มต้นการเจรจาเรื่องนิวเคลียร์ของอิหร่าน โดยรอเพียงการอนุมัติจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาหลายวันในการพิจารณา ร่าง MOU ดังกล่าวครอบคลุมถึงการรับประกันการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซโดยไม่มีข้อจำกัด การกำจัดทุ่นระเบิดในช่องแคบภายใน 30 วัน และการยกเลิกการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ แต่อิหร่านกลับปฏิเสธข่าวนี้โดยสิ้นเชิง โดยนายซาเยด อากาลู ตัวแทนทีมเจรจาของอิหร่าน ยืนยันว่ายังไม่มีข้อตกลงใดๆ เกิดขึ้น และอิหร่านไม่ได้ให้คำมั่นสัญญาใดๆ เกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ ข้อพิพาทนี้ทำให้เกิดความไม่แน่นอนในตลาดการเงินและสินค้าโภคภัณฑ์
## ผลกระทบต่อราคาน้ำมันและทิศทางในอนาคต
ความขัดแย้งที่ไร้ความชัดเจนนี้ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ในตลาดโลกเกิดความผันผวนอย่างมาก โดยในวันที่ 28 พฤษภาคม ราคามีความผันผวนสูงถึงเกือบ 6% โดยแตะระดับสูงสุดเกือบ 96 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และต่ำสุดเกือบ 90 ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนจะปิดที่ 92.22 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นการตอบสนองโดยตรงต่อความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจนำไปสู่การหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันจากภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย นักวิเคราะห์หลายรายมองว่าหากสถานการณ์ลุกลามไปสู่การปิดช่องแคบฮอร์มุซ ราคาน้ำมันอาจพุ่งสูงเกิน 100 ดอลลาร์สหรัฐในระยะสั้น
ความขัดแย้งระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ที่ดำเนินอยู่นี้ แสดงให้เห็นถึงความเปราะบางของความสัมพันธ์ระหว่างสองมหาอำนาจในตะวันออกกลาง และการขาดความไว้เนื้อเชื่อใจในการเจรจา “บันทึกความเข้าใจ” ที่ไม่สามารถตกลงกันได้ ส่งผลให้นักลงทุนและรัฐบาลทั่วโลกต้องจับตาดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิดในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ซึ่งอาจกำหนดทิศทางของราคาน้ำมันและความมั่นคงในภูมิภาคตลอดช่วงที่เหลือของปี

บทความที่เกี่ยวข้อง - slot lobby เว็บตรง แตกง่าย
อิหร่านอ้างยิงเครื่องบินกองทัพสหรัฐฯ ตก แต่สหรัฐฯ ปฏิเสธ พร้อมยิงสัญญาณเตือนเรือในอ่าวเปอร์เซีย sos slot ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ ขณะที่บันทึกความเข้าใจยังไม่ลงตัว ส่งผลให้ราคาน้ำมันเบรนท์ผันผวน