ส.ส.หนุนตั้งกมธ.ตรวจ... ข่าวล่าสุด
ตามรายงานของ Bangkok Post เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านต่างสนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อตรวจสอบการใช้จ่ายภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 400,000 ล้านบาท เพื่อแก้ไขวิกฤตเศรษฐกิจและพลังงาน แม้จะยังมีความขัดแย้งอย่างรุนแรงเกี่ยวกับความจำเป็นและความชอบธรรมของการกู้เงินครั้งนี้ ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรการทางการคลังที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย
จุดเริ่มต้นของคำสั่งกู้เงินฉุกเฉิน 4 แสนล้านบาท
รัฐบาลได้ออกพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินจำนวน 400,000 ล้านบาท เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2569 โดยอ้างอิงจากความจำเป็นเร่งด่วนในการรับมือกับวิกฤตพลังงานที่ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพและเศรษฐกิจโดยรวม เงินกู้ดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในโครงการสวัสดิการของรัฐ การอุดหนุนราคาพลังงาน และการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น ตามรายงานของ Reuters ระบุว่าการออกพระราชกำหนดฉบับนี้ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์จากนักเศรษฐศาสตร์หลายรายที่กังวลเกี่ยวกับภาระหนี้สาธารณะที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 61% ของ GDP
กระบวนการทางกฎหมายและการตั้งคณะกรรมาธิการ
ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 ที่ประชุมมีมติเอกฉันท์ 482 เสียงให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาเพื่อศึกษารายละเอียดและตรวจสอบการใช้จ่ายเงินกู้ โดยคณะกรรมาธิการจะประกอบด้วยผู้แทนจากทุกพรรคการเมือง จำนวน 35 คน แหล่งข่าวจาก Bloomberg ยืนยันว่าการตั้งคณะกรรมาธิการครั้งนี้เป็นผลมาจากการเจรจาระหว่างแกนนำรัฐบาลและฝ่ายค้าน เพื่อสร้างความโปร่งใสและความเชื่อมั่นให้กับประชาชน
ความเห็นที่แตกต่างเกี่ยวกับความจำเป็นในการกู้เงิน
นายอนุสรณ์ ธรรมศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า "การกู้เงิน 4 แสนล้านบาทเป็นจำนวนเงินที่มหาศาล รัฐบาลต้องชี้แจงให้ชัดเจนว่าจะนำเงินไปใช้จ่ายในโครงการใดบ้าง และต้องมีมาตรการป้องกันการทุจริตอย่างเข้มงวด" ในขณะที่นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส.จากพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า "วิกฤตพลังงานและค่าครองชีพที่สูงขึ้นเป็นปัญหารุนแรงที่ต้องแก้ไขทันที การกู้เงินฉุกเฉินเป็นเครื่องมือที่จำเป็น แต่ต้องใช้อย่างรับผิดชอบ"
ตัวเลขและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับการกู้เงินครั้งนี้
| รายการ | จำนวนเงิน (ล้านบาท) | เป้าหมาย |
|---|
| --- | --- | --- |
|---|
| กองทุนสวัสดิการแห่งรัฐ | 150,000 | ช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย 14.5 ล้านคน |
|---|
| การอุดหนุนราคาพลังงาน | 180,000 | ลดภาระค่าไฟฟ้าและน้ำมัน |
|---|
| โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ | 50,000 | สนับสนุนการบริโภคภายในประเทศ |
|---|
| สำรองฉุกเฉิน | 20,000 | เผื่อกรณีจำเป็นอื่นๆ |
|---|
| รวม | 400,000 | - |
|---|
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า "การกู้เงินครั้งนี้จะช่วยพยุงเศรษฐกิจไม่ให้ถดถอยรุนแรง และจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในช่วงที่ราคาพลังงานผันผวน" caishen wins slot ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ แต่แหล่งข่าวจากธนาคารโลกระบุว่าอัตราดอกเบี้ยที่คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 3.5% ต่อปีจะทำให้ภาระหนี้เพิ่มขึ้นอีก 14,000 ล้านบาทต่อปี
ข้อกังวลด้านวินัยการคลังและหนี้สาธารณะ
นักวิชาการหลายคนแสดงความกังวลเกี่ยวกับวินัยการคลังของรัฐบาล การกู้เงินจำนวน 4 แสนล้านบาทจะทำให้หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 65% ของGDP ซึ่งสูงกว่าเพดานวินัยการคลังที่ 60% ที่กำหนดในกฎหมาย ตามรายงานของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รายได้ของรัฐบาลในปีงบประมาณ 2569 คาดว่าจะอยู่ที่ 2.8 ล้านล้านบาท ขณะที่รายจ่ายประจำอยู่ที่ 3.1 ล้านล้านบาท ทำให้เกิดการขาดดุลประมาณ 3 แสนล้านบาทก่อนการกู้เงินครั้งนี้
การคาดการณ์เศรษฐกิจและการตอบสนองของตลาด
ตลาดการเงินตอบสนองต่อข่าวการกู้เงินด้วยความระมัดระวัง ดัชนี SET ปรับตัวลดลง 12 จุดในวันที่ 4 มิถุนายน 2569 ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีปรับตัวเพิ่มขึ้น 0. finn slot ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ 15% มาอยู่ที่ 3.25% นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด ระบุว่าความเสี่ยงด้านการคลังที่เพิ่มขึ้นอาจส่งผลให้ต้นทุนการกู้ยืมของรัฐบาลสูงขึ้น และอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติที่มีต่อเศรษฐกิจไทย
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการกู้เงิน 4 แสนล้านบาท
Q1: รัฐบาลจะใช้เงินกู้ 4 แสนล้านบาทไปทำอะไรบ้าง?
A1: เงินกู้จะถูกจัดสรรไปยัง 4 โครงการหลัก ได้แก่ 1) กองทุนสวัสดิการแห่งรัฐ 150,000 ล้านบาท 2) การอุดหนุนราคาพลังงาน 180,000 ล้านบาท 3) โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 50,000 ล้านบาท และ 4) สำรองฉุกเฉิน 20,000 ล้านบาท
Q2: การกู้เงินครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อหนี้สาธารณะของไทยอย่างไร?
A2: การกู้เงินครั้งนี้จะทำให้หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นจากประมาณ 61% ของGDP เป็นประมาณ 65% ของGDP neonslot ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ ซึ่งสูงกว่าเพดานวินัยการคลังที่กฎหมายกำหนดไว้ที่ 60% ส่งผลให้รัฐบาลต้องมีมาตรการเพิ่มรายได้หรือลดรายจ่ายในอนาคตเพื่อรักษาวินัยการคลัง
มาตรการกู้เงินฉุกเฉิน 400,000 ล้านบาทครั้งนี้ถือเป็นบททดสอบสำคัญของรัฐบาลในการบริหารจัดการวิกฤตพลังงานและเศรษฐกิจ ความโปร่งใสของคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะตั้งขึ้นจะเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นจากประชาชนและนักลงทุน

บทความที่เกี่ยวข้อง - slot big ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านสนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญตรวจสอบการใช้จ่ายเงินกู้ 400,000 ล้านบาท เพื่อรับมือวิกฤตพลังงานและเศรษฐกิจ แม้ย