EXIM BANK ปรับเพิ่มค... ข่าวล่าสุด
ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) ปรับเพิ่มคาดการณ์อัตราการขยายตัวของการส่งออกไทยในปี 2568 เป็น 7% จากเดิมที่ 3% สะท้อนทิศทางที่ดีขึ้นของเศรษฐกิจโลกและความต้องการสินค้าไทยที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสแรกของปีที่ผ่านมา ตามรายงานของ Reuters การส่งออกของไทยในเดือนมกราคมถึงมีนาคมขยายตัวถึง 17% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้มาก ส่งผลให้ธนาคารต้องทบทวนตัวเลขคาดการณ์ใหม่อย่างรวดเร็ว
การส่งออกไตรมาสแรกพุ่งเกินคาด ส่งสัญญาณบวกต่อเศรษฐกิจไทย
ตามรายงานของ Reuters ระบุว่าการส่งออกของไทยในไตรมาสแรกของปี 2568 ขยายตัวถึง 17% ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตที่สูงที่สุดในรอบหลายปี ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญมาจากความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วนยานยนต์ที่เพิ่มขึ้นในตลาดสหรัฐฯ และสหภาพยุโรป รวมถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศคู่ค้าสำคัญอย่างจีน แหล่งข่าวจาก Bloomberg ยืนยันว่าการส่งออกของไทยในเดือนมีนาคมเพียงเดือนเดียวมีมูลค่าสูงถึง 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 9 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% จากเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2565
ตัวเลขการส่งออกที่แข็งแกร่งนี้ส่งผลให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ต้องปรับประมาณการจีดีพีของประเทศใหม่ โดยคาดว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้อาจขยายตัวได้ถึง 4% จากเดิมที่คาดไว้ 3.5% นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า "การส่งออกที่เติบโตแรงเกินคาดเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวเร็วกว่าที่ประเมินไว้"
ปัจจัยหนุนการส่งออก: ความต้องการสินค้าเทคโนโลยีและอาหาร
การส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าขยายตัว 22% ในไตรมาสแรก ขณะที่การส่งออกยานยนต์และชิ้นส่วนขยายตัว 15% ตามรายงานของกระทรวงพาณิชย์ การส่งออกสินค้าเกษตรแปรรูปและอาหารโดยเฉพาะข้าวและไก่แช่แข็งก็ปรับตัวดีขึ้นเช่นกัน โดยขยายตัว 8% จากความต้องการที่เพิ่มขึ้นในตะวันออกกลางและเอเชีย
นางอารีวรรณ จตุทอง รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า "ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนทำให้หลายบริษัทหันมาสั่งสินค้าจากไทยมากขึ้น best slot ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ ส่งผลให้คำสั่งซื้อในกลุ่มฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์และแผงวงจรไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด" นอกจากนี้ การส่งออกผลิตภัณฑ์ยางพาราก็เพิ่มขึ้น 10% หลังจากที่จีนนำเข้ายางพาราจากไทยมากขึ้นเพื่อใช้ในโครงการก่อสร้างและอุตสาหกรรมยานยนต์
EXIM BANK ปรับคาดการณ์การส่งออกไทยปี 2568 และปัจจัยเสี่ยง
| ปัจจัย | คาดการณ์เดิม | คาดการณ์ใหม่ |
|---|
| --- | --- | --- |
|---|
| อัตราการขยายตัวการส่งออกปี 2568 | 3% | 7% |
|---|
| การส่งออกไตรมาส 1 ปี 2568 (เทียบปีก่อน) | 5% | 17% |
|---|
| มูลค่าการส่งออกคาดการณ์ปี 2568 | 9.5 ล้านล้านบาท | 10.2 ล้านล้านบาท |
|---|
| ปัจจัยเสี่ยงหลัก | ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ | มาตรการกีดกันทางการค้า |
|---|
ดร.รักษ์ วรกิจโกศล กรรมการผู้จัดการ EXIM BANK กล่าวว่า "การปรับเพิ่มคาดการณ์ครั้งนี้สะท้อนถึงโมเมนตัมที่ดีของการส่งออกไทยในช่วงครึ่งปีแรก แต่เรายังต้องจับตาปัจจัยเสี่ยงอย่างใกล้ชิด เช่น อัตราดอกเบี้ยโลกที่สูงขึ้น และความผันผวนของค่าเงินบาท" โดยธนาคารคาดว่าค่าเงินบาทในปีนี้จะเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 33-35 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออก
ความท้าทายด้านโลจิสติกส์และต้นทุนการผลิต
แม้ภาพรวมการส่งออกจะดูสดใส แต่ผู้ประกอบการไทยยังเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน โดยเฉพาะปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และค่าระวางเรือที่ปรับตัวสูงขึ้นจากวิกฤตทะเลแดงและการเปลี่ยนเส้นทางเดินเรือ ตามรายงานของ Bangkok Post ต้นทุนค่าระวางเรือจากไทยไปยุโรปเพิ่มขึ้นถึง 300% เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่งผลกระทบต่อผู้ส่งออกสินค้าที่มีมูลค่าต่อหน่วยต่ำ เช่น สินค้าเกษตรและสิ่งทอ
นอกจากนี้ ราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่แตะระดับ 90 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และราคาเหล็กที่ปรับตัวขึ้น 12% สร้างแรงกดดันต่อต้นทุนการผลิตของภาคอุตสาหกรรม slot89 ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ นายสมชาย เรืองนภาบุญ เลขาธิการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ระบุว่า "ผู้ประกอบการ SME ต้องปรับตัวครั้งใหญ่ เพราะต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 15-20% ขณะที่คำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นเพียง 10% ทำให้กำไรลดลง"
ภาคการส่งออกดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI)
ความแข็งแกร่งของการส่งออกไทยส่งผลให้การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ในภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตามข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) พบว่าในไตรมาสแรกของปี 2568 มีคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนมูลค่ารวม 2.4 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 35% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยกลุ่มธุรกิจที่ขอรับการส่งเสริมมากที่สุดคือ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ยานยนต์ไฟฟ้า และศูนย์ข้อมูล
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการ BOI เปิดเผยว่า "นักลงทุนต่างชาติมองว่าไทยเป็นฐานการผลิตที่มั่นคงในอาเซียน โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย S-curve เช่น เซมิคอนดักเตอร์และแบตเตอรี่" การลงทุนจากญี่ปุ่น จีน และสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยจีนเข้ามาลงทุนในกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้ามากที่สุด ส่วนสหรัฐฯ เน้นลงทุนในเซมิคอนดักเตอร์และอุตสาหกรรมการบิน
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการส่งออกไทยปี 2568
Q1: การปรับคาดการณ์การส่งออกเป็น 7% ส่งผลต่อการจ้างงานในไทยอย่างไร?
A1: การคาดการณ์การส่งออกที่เพิ่มขึ้นจะช่วยกระตุ้นการจ้างงานในภาคการผลิต โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ และอาหารแปรรูป ซึ่งคาดว่าจะมีการจ้างงานเพิ่มขึ้นประมาณ 50, mobile slots ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ 000-80,000 ตำแหน่งในปีนี้ อย่างไรก็ตาม ภาคอุตสาหกรรมยังเผชิญปัญหาขาดแคลนแรงงานทักษะสูง โดยเฉพาะวิศวกรและนักเทคนิค
Q2: ผู้ประกอบการรายกลางและรายย่อย (SME) จะได้รับประโยชน์จากการเติบโตนี้อย่างไร?
A2: EXIM BANK ได้ออกมาตรการสนับสนุนสินเชื่อและประกันการส่งออกสำหรับ SME โดยเฉพาะ โดยตั้งวงเงินไว้ที่ 5 หมื่นล้านบาท สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการขยายตลาดต่างประเทศ นอกจากนี้ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศยังมีโครงการพาผู้ประกอบการ SME ไปเจรจาการค้าในต่างประเทศ อาทิ ในงานแสดงสินค้าที่สหรัฐอเมริกา ยุโรป และตะวันออกกลาง เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงคำสั่งซื้อ
สรุป: ทิศทางส่งออกไทยครึ่งปีหลังและความคาดหวัง
แม้การปรับเพิ่มคาดการณ์การส่งออกเป็น 7% จะสะท้อนถึงความหวังใหม่ต่อเศรษฐกิจไทย แต่ผู้ส่งออกยังต้องเผชิญกับความท้าทายจากต้นทุนที่สูงและความผันผวนของเศรษฐกิจโลก การลงทุนในเทคโนโลยีและนวัตกรรมจะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ไทยรักษาความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตของการส่งออกในระยะยาวได้อย่างยั่งยืน

บทความที่เกี่ยวข้อง - slot333 เว็บตรง แตกง่าย
ธนาคาร EXIM BANK ปรับเพิ่มคาดการณ์การส่งออกไทยปี 2568 เป็น 7% หลังไตรมาสแรกขยายตัว 17% ตามรายงาน Reuters รับปัจจัยหนุนจากความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และยานยน