การจ้างงานสหรัฐฯ พุ่... ข่าวล่าสุด
รายงานการจ้างงานนอกภาคการเกษตร (Nonfarm Payrolls) เดือนพฤษภาคมของสหรัฐฯ ที่เปิดเผยเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 ตามรายงานของ Reuters สร้างความประหลาดใจให้กับตลาดเป็นอย่างมาก เนื่องจากตัวเลขตำแหน่งงานใหม่สูงถึง 172,000 ตำแหน่ง ซึ่งสูงเกือบสองเท่าของที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ สะท้อนให้เห็นว่าตลาดแรงงานสหรัฐฯ กำลังฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งหลังจากที่ชะลอตัวลงในปีที่ผ่านมา และยิ่งไปกว่านั้น ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ทำให้อัตราการคาดการณ์ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งภายในปีนี้ พุ่งสูงขึ้นแตะระดับ 70% ทันที
ตัวเลขจ้างงานพุ่งแรงเกินคาด
ข้อมูลจากกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ ระบุว่าการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้น 172,000 ตำแหน่ง สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ประมาณ 90,000 ตำแหน่งอย่างมีนัยสำคัญ ขณะเดียวกัน ตัวเลขเดือนเมษายนก็ถูกปรับเพิ่มขึ้นจาก 115,000 ตำแหน่ง มาอยู่ที่ 179,000 ตำแหน่ง ส่งผลให้ตัวเลขการจ้างงานรวมในเดือนมีนาคมและเมษายนสูงกว่าค่าประมาณการเบื้องต้นรวมกันถึง 93,000 ตำแหน่ง รายงานจาก AFP ยืนยันว่าค่าเฉลี่ยการจ้างงานในช่วงสามเดือนที่ผ่านมากลับเข้าสู่ระดับปกติก่อนเกิดการระบาดของโควิด-19 แล้ว อัตราการว่างงานยังคงทรงตัวที่ 4.3% เป็นเดือนที่สามติดต่อกัน
| ประเภทอุตสาหกรรม | ตัวเลขการจ้างงานเพิ่ม (คน) | หมายเหตุ |
|---|
| --- | --- | --- |
|---|
| โรงแรมและร้านอาหาร (Leisure & Hospitality) | 70,000 | สูงกว่าค่าเฉลี่ย 12 เดือนที่ 14,000 คนมาก โดยร้านอาหารและบาร์เพิ่มถึง 48,000 คน |
|---|
| ภาครัฐ (Local Government) | 55,000 | สิ้นสุดแนวโน้มการลดตำแหน่งงาน |
|---|
| การแพทย์ (Healthcare) | 35,000 | ส่วนใหญ่เป็นงานบริการผู้ป่วยนอก |
|---|
| เหมืองแร่/น้ำมัน/ก๊าซ | ขยายตัว | การสำรวจและผลิตขยายตัว |
|---|
| การเงิน (Financial Activities) | -22,000 | ลดลง 107,000 ตำแหน่งจากจุดสูงสุดในเดือนพ.ค. 2025 |
|---|
เบื้องหลังตัวเลขจ้างงานที่แข็งแกร่ง
การสำรวจครัวเรือนซึ่งใช้คำนวณอัตราการว่างงานก็สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของตลาดแรงงานเช่นกัน ตัวเลขประชากรที่มีงานทำเพิ่มขึ้น 149,000 คน ขณะที่อัตราการมีส่วนร่วมในกำลังแรงงานคงที่ที่ 61.8% อัตราการว่างงานในความหมายกว้าง (U-6) ซึ่งรวมผู้ที่ท้อแท้และผู้ที่ทำงานไม่เต็มเวลาลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 8.1% "ตลาดแรงงานยังคงตึงตัว แต่อัตราการเติบโตของค่าจ้างไม่ได้เร่งตัวขึ้น ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ ยังคงมีพื้นที่ในการรอดูสถานการณ์" Ellen Zentner นักกลยุทธ์ chief strategist จาก Morgan Stanley Wealth Management กล่าวไว้
ปัจจัยเสี่ยงด้านเงินเฟ้อและค่าจ้าง
แม้การจ้างงานจะแข็งแกร่ง แต่อัตราการเติบโตของค่าจ้างรายชั่วโมงโดยเฉลี่ยชะลอตัวลงจาก 3.6% ในเดือนเมษายน เป็น 3.4% ในเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นสัญญาณที่ลดแรงกดดันต่อเงินเฟ้อลงบ้าง อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเงินเฟ้อในเดือนเมษายนที่เปิดเผยเมื่อสัปดาห์ที่แล้วแสดงให้เห็นถึงการปรับตัวขึ้นรายเดือนสูงที่สุดในรอบ 3 ปี รายได้ที่แท้จริงของครัวเรือนหลังหักเงินเฟ้อลดลงเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน ขณะที่อัตราการออมลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 4 ปี ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการใช้จ่ายของผู้บริโภคในอนาคต
ท่าทีของเฟดต่อการขึ้นดอกเบี้ย
รายงานการจ้างงานที่แข็งแกร่งเกินคาดมีแนวโน้มที่จะลดความกังวลของเจ้าหน้าที่เฟดเกี่ยวกับความเสี่ยงที่ตลาดแรงงานจะอ่อนแอลง โดย Kevin Warsh ประธานเฟดคนใหม่กำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก เนื่องจากเสียงเรียกร้องให้ขึ้นดอกเบี้ยภายในคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน eagle slot ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ (FOMC) มีมากขึ้น Stephen Brown นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจาก Capital Economics กล่าวว่า "ตัวเลข payrolls ที่แข็งแกร่งเกินคาดเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน จะช่วยลดความกังวลของ FOMC เกี่ยวกับความเสี่ยงด้านขาลงของตลาดแรงงาน ทำให้เฟดมองข้ามปัญหาเงินเฟ้อที่ยังคงสูงได้ยากขึ้น" ตามรายงานของ Bloomberg
การคาดการณ์ของตลาดการเงินและสถาบันต่างๆ
หลังการเผยแพร่ข้อมูล ตลาดการเงินได้เพิ่มเดิมพันอย่างหนักว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในเดือนธันวาคม โดยราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้าอัตราดอกเบี้ยกองทุนกลางสหรัฐฯ ชี้ว่าโอกาสที่จะมีการขึ้นดอกเบี้ยภายในปีนี้ใกล้เคียง 70% ธนาคารBNP Paribas คาดการณ์ว่าเฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในเดือนธันวาคม 2026 และอีกครั้งในเดือนมกราคมและมีนาคม 2027 แตกต่างจากที่เคยคาดการณ์ไว้ว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะทรงตัวต่อไป อย่างไรก็ตาม Bob Schwartz นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจาก Oxford Economics ให้สัมภาษณ์กับ YiCai News ว่า "ในมุมมองของเรา การที่เงินเฟ้อในภาคบริการเร่งตัวขึ้นเท่านั้นที่จะเป็นเงื่อนไขจำเป็นสำหรับการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด ซึ่งขณะนี้ยังไม่เห็นสัญญาณดังกล่าว"
มุมมองจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF)
IMF ได้เลื่อนระยะเวลาที่คาดว่าเงินเฟ้อของสหรัฐฯ จะกลับสู่เป้าหมาย 2% ออกไปอีก โดยคราวนี้เป็นปลายปี 2027 จากเดิมที่คาดไว้กลางปี 2027 Julie Kozack โฆษก IMF กล่าวในการแถลงข่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า slot vip ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ "เราเลื่อนระยะเวลาที่คาดว่าเงินเฟ้อสหรัฐฯ จะถึงเป้าหมายออกไปอีกครั้ง เนื่องจากความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อที่สูงขึ้น ซึ่งหมายความว่านโยบายการเงินของเฟดจำเป็นต้องดำเนินการอย่างระมัดระวังและปรับเปลี่ยนตามข้อมูลเศรษฐกิจแบบเรียลไทม์"
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q1: ปัจจัยใดที่ทำให้ตลาดคาดการณ์ว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง?
A1: ปัจจัยหลักคือตัวเลขการจ้างงานที่แข็งแกร่งเกินคาด (172,000 ตำแหน่ง) ซึ่งบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจยังร้อนแรง ขณะที่เงินเฟ้อที่ได้รับแรงกดดันจากราคาพลังงานและความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงอยู่สูง ทำให้เฟดจำเป็นต้องใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดต่อไป
Q2: การปรับขึ้นดอกเบี้ยจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ และในอัตราเท่าไร?
A2: ตลาดซื้อขายล่วงหน้าชี้ว่ามีโอกาสสูงถึง 70% ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยภายในสิ้นปีนี้ gold slot 777 ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ โดยธนาคารBNP Paribas คาดการณ์ว่าจะขึ้น 0.25% ในเดือนธันวาคม 2026 และอาจขึ้นต่อเนื่องในปี 2027
รายงานการจ้างงานเดือนพฤษภาคมที่แข็งแกร่งส่งสัญญาณชัดเจนว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ กำลังปรับตัวดีขึ้นท่ามกลางแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ ทำให้ตลาดกลับมาให้ความสำคัญกับการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดอีกครั้ง โดยสถานการณ์นี้จะคลี่คลายไปในทิศทางใดนั้น ขึ้นอยู่กับข้อมูลเงินเฟ้อและการจ้างงานในระยะข้างหน้าที่จะสะท้อนภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้นเกี่ยวกับแนวโน้มของอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ

บทความที่เกี่ยวข้อง - lucky neko pc
ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐฯ เดือนพ.ค. พุ่ง 172,000 ตำแหน่ง เกือบเท่าตัวที่คาดการณ์ ส่งผลให้ตลาดคาดการณ์ว่าเฟดอาจต้องขึ้นดอกเบี้ยภายในปีนี้สูงถึง 70% พร้อมวิเ