แคนาซื้อGlobal Eyeแท... ข่าวล่าสุด
เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 นายกรัฐมนตรีมาร์ก คาร์นีย์ของแคนาดาประกาศในที่ประชุมด้านการป้องกันประเทศว่า รัฐบาลจะเปลี่ยนไปใช้เครื่องบินตรวจจับระยะไกล "โกลบอลอาย" ของซ้าบ (Saab) จากสวีเดน แทนที่จะซื้อเครื่องบิน E-7 "เวดจ์เทล" ของโบอิงสหรัฐฯ พร้อมกันนี้ยังได้ทบทวนข้อตกลงซื้อเครื่องบินขับไล่ F-35 จำนวน 88 ลำจากล็อกฮีด มาร์ติน ซึ่งเป็นบริษัทป้องกันประเทศรายใหญ่ของอเมริกา โดยประเมินว่าจะลดขนาดคำสั่งซื้อหรือมองหาทางเลือกอื่น ความเคลื่อนไหวนี้ถูกวิเคราะห์ว่าเป็นก้าวสำคัญของแคนาดาในการลดการพึ่งพาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของสหรัฐฯ และเสริมสร้างขีดความสามารถในการป้องกันตนเองในพื้นที่อาร์กติก หลังจากที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (เพนตากอน) ประกาศยุติกลไก "คณะกรรมการป้องกันร่วมถาวร" ระหว่างสองประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์ทวิภาคีที่กำลังเข้าสู่ช่วงการปรับเปลี่ยนครั้งใหม่ รายงานจากซินหัว (Xinhua) ระบุว่าเหตุการณ์นี้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับแคนาดาที่ต้องเผชิญกับปัญหาทางโครงสร้างในระเบียบโลกปัจจุบัน
เบื้องหลังการตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางอาวุธ
ตามรายงานของรอยเตอร์ส (Reuters) การตัดสินใจของแคนาดาครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในสุญญากาศ แต่เป็นผลจากแรงกดดันต่อเนื่องของวอชิงตันที่มองว่าออตตาวาไม่ปฏิบัติตามเป้าหมายการจัดสรรงบประมาณด้านกลาโหมที่ 2% ของ GDP ตามพันธสัญญาของนาโต้ แคนาดาภายใต้การนำของคาร์นีย์เพิ่งประกาศเมื่อเดือนมีนาคม 2569 ว่าจะบรรลุเป้าหมายดังกล่าวเร็วกว่ากำหนดเดิม แต่ฝ่ายสหรัฐฯ ยังคงตั้งข้อสงสัยในความน่าเชื่อถือของคำมั่นสัญญานี้ แหล่งข่าวจากบลูมเบิร์ก (Bloomberg) ยืนยันว่า สาเหตุที่ลึกซึ้งกว่านั้นคือสหรัฐฯ กำลังประเมินระบบพันธมิตรดั้งเดิมของตนใหม่ โดยเรียกร้องให้ประเทศพันธมิตรรับผิดชอบด้านความมั่นคงมากขึ้น คาร์นีย์กล่าวกับสื่อว่า "เราต้องการระบบป้องกันประเทศที่ตอบสนองต่อผลประโยชน์ของแคนาดาโดยตรง ไม่ใช่เพียงแค่เป็นส่วนเสริมของยุทธศาสตร์อเมริกา" คำพูดนี้ชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงนโยบายต่างประเทศที่สำคัญ
ปัญหาเชิงโครงสร้างของแคนาดาในยุคเปลี่ยนผ่าน
สำหรับแคนาดา ผลกระทบจากความสัมพันธ์ด้านการป้องกันที่ห่างเหินกับสหรัฐฯ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในแวดวงทหาร แต่กระทบต่อโครงสร้างยุทธศาสตร์ภายนอกที่ประเทศต้องพึ่งพามายาวนาน แคนาดามีพรมแดนยาวที่สุดในโลกที่ไม่มีกำลังทหารเฝ้าระวังร่วมกับสหรัฐฯ ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงทางภูมิศาสตร์ที่ผูกพันความมั่นคงของชาติไว้กับวอชิงตัน หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 แคนาดาสร้างยุทธศาสตร์การต่างประเทศและความมั่นคงบนหลักการ "การพึ่งพาที่ควบคุมได้" โดยอาศัยกลไกความมั่นคงร่วมที่นำโดยสหรัฐฯ เพื่อรักษาระดับงบประมาณกลาโหมให้ต่ำ และใช้กลไกพหุภาคีเพื่อมีบทบาทระหว่างประเทศเกินกว่าขนาดเศรษฐกิจของตน อย่างไรก็ตาม ยุทธศาสตร์นี้กำลังพังทลายลงเมื่อสหรัฐฯ ลดความมุ่งมั่นต่อระบบพหุภาคี เช่น สหประชาชาติและนาโต้ ทำให้พื้นที่สำหรับการดำเนินการของแคนาดาถูกบีบให้แคบลง
ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้น: จาก F-35 สู่ Global Eye
ตารางเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงนโยบายจัดซื้ออาวุธของแคนาดา
| รายการ | การตัดสินใจเดิม (ของสหรัฐฯ) | การตัดสินใจใหม่ (ของแคนาดา) | มูลค่าโดยประมาณ |
|---|
| --- | --- | --- | --- |
|---|
| เครื่องบินตรวจจับ | E-7 Wedgetail (โบอิง) | Global Eye (ซ้าบ สวีเดน) | มากกว่า 3 พันล้านดอลลาร์แคนาดา |
|---|
| เครื่องบินขับไล่ | F-35 (ล็อกฮีด มาร์ติน) 88 ลำ | ลดขนาดหรือหาทางเลือกอื่น | สัญญาเดิมสูงถึง 1.9 หมื่นล้านดอลลาร์แคนาดา |
|---|
ทั้งสองข้อตกลงนี้เป็นสัญลักษณ์ของความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่างแคนาดาและสหรัฐฯ ในการป้องกันประเทศ การหันไปหา Global Eye ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ของสวีเดน แสดงถึงความตั้งใจของออตตาวาที่จะกระจายความเสี่ยงด้านอุปทานทางทหาร slot day ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ รายงานจากบีบีซี (BBC) ระบุว่า การยกเลิกสัญญาร่วมกับโบอิงอาจสร้างความเสียหายต่ออุตสาหกรรมอวกาศและการป้องกันของสหรัฐฯ มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ และเป็นสัญญาณที่ชัดเจนถึง "การถอดถอน" ความสัมพันธ์ด้านอาวุธ
เสียงสะท้อนจากผู้เชี่ยวชาญและความท้าทายที่คาดไม่ถึง
ริกกี้ ไวท์ อดีตที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติของรัฐบาลเสรีนิยมแคนาดา ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวท้องถิ่นว่า "ถ้อยแถลงจากวอชิงตันทำให้ผู้กำหนดนโยบายของแคนาดาต้องคิดใหม่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ด้านการป้องกัน คำพูดและการกระทำของอเมริกาทำให้แคนาดาอยู่ในตำแหน่งที่ยากลำบากอย่างยิ่ง" ความยากลำบากนี้แกนกลางอยู่ที่ว่า แคนาดาไม่อาจเปลี่ยนข้อเท็จจริงทางภูมิศาสตร์ที่ทำให้ต้องพึ่งพาความมั่นคงจากสหรัฐฯ ได้ และในระยะเวลาอันสั้นก็ไม่สามารถสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและความมั่นคงภายนอกเพื่อถ่วงดุลการพึ่งพานี้ได้ ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยบริติชโคลัมเบียชี้ว่า สิ่งที่แคนาดาต้องการคือการเพิ่มความเป็นอิสระในการพัฒนากองกำลังป้องกันประเทศ โดยอาศัยทรัพยากรธรรมชาติและที่ตั้งทางภูมิศาสตร์เพื่อสร้างความร่วมมือที่สมดุลกับประเทศอื่นๆ นอกเหนือจากสหรัฐฯ
การปรับเปลี่ยนความสัมพันธ์: เกมการเมืองหรือความจำเป็นทางยุทธศาสตร์?
การยุติกลไก "คณะกรรมการป้องกันร่วมถาวร" โดยเพนตากอน เมื่อเดือนเมษายน 2569 เป็นการกระทำที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนนับตั้งแต่ก่อตั้งคณะกรรมการในปี 2495 ผู้เชี่ยวชาญมองว่านี่คือการตอบโต้ของสหรัฐฯ ต่อการที่แคนาดาไม่เพิ่มงบประมาณกลาโหมตามที่ NATO กำหนด ซึ่งปัจจุบันแคนาดาจัดสรรงบประมาณเพียง 1. slot internet ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ 35% ของ GDP ในปีงบประมาณ 2568-2569 ต่ำกว่าเป้าหมาย 2% อย่างมาก แม้คาร์นีย์จะสัญญาว่าจะบรรลุเป้าหมายดังกล่าวภายในปี 2573 แต่การตัดสินใจซื้อ Global Eye แทน E-7 อาจยิ่งทำให้ความสัมพันธ์ตึงเครียดมากขึ้น แหล่งข่าวจากเอเอฟพี (AFP) รายงานว่า การประชุมสุดยอดนาโต้ในกรุงเฮกเมื่อเดือนมิถุนายน 2569 คาดว่าจะเป็นเวทีที่สหรัฐฯ จะกดดันแคนาดาอย่างหนักอีกครั้ง
อนาคตของยุทธศาสตร์อาร์กติกของแคนาดา
พื้นที่อาร์กติกเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญที่สุดที่ทำให้แคนาดาต้องหาเครื่องบินตรวจจับใหม่และเสริมสร้างกองกำลังของตน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้เส้นทางเดินเรือในอาร์กติกเปิดกว้างขึ้น เพิ่มความสำคัญทางยุทธศาสตร์ของภูมิภาคนี้ รัสเซียขยายฐานทัพและกิจกรรมทางทหารในอาร์กติกอย่างต่อเนื่อง ทำให้แคนาดาต้องเร่งดำเนินการ รายงานจากซินหัวระบุว่า แคนาดาต้องการเครื่องบิน Global Eye ที่มีพิสัยการบิน 11,000 กิโลเมตรและสามารถตรวจจับเป้าหมายได้ไกลถึง 600 กิโลเมตร ซึ่งเหมาะสมกับพื้นที่กว้างใหญ่ของอาร์กติกมากกว่า E-7 อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนมาใช้ระบบของสวีเดนอาจทำให้การทำงานร่วมกันกับกองทัพสหรัฐฯ ซึ่งพึ่งพาระบบของอเมริกาเป็นหลัก กลายเป็นเรื่องยุ่งยากขึ้น
FAQ: การแยกตัวอย่างแท้จริงหรือเพียงการปรับเปลี่ยน?
Q1: แคนาดากำลังแยกตัวจากสหรัฐฯ อย่างสิ้นเชิงในด้านการป้องกันประเทศหรือไม่?
A1: ไม่ใช่การแยกตัวอย่างสมบูรณ์ แต่เป็นการปรับเปลี่ยนทิศทางครั้งสำคัญ แคนาดายังต้องพึ่งพาสหรัฐฯ ในด้านความมั่นคงเนื่องจากที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ แต่การตัดสินใจซื้อ Global Eye และทบทวนสัญญา F-35 แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการกระจายความเสี่ยงและเพิ่มอิสระในการตัดสินใจ โดยเฉพาะในพื้นที่อาร์กติกที่สหรัฐฯ มีผลประโยชน์ร่วมกันน้อยกว่า
Q2: อะไรคือปัจจัยหลักที่ผลักดันให้แคนาดาตัดสินใจครั้งนี้?
A2: ปัจจัยหลักคือแรงกดดันจากสหรัฐฯ ที่มีต่อแคนาดาเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายด้านกลาโหมที่ไม่ถึงเป้าหมาย 2% ของ GDP ประกอบกับนโยบายของสหรัฐฯ thai paradise slot ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ ที่ให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ของตนมากขึ้น และการที่สหรัฐฯ ใช้มาตรการกดดัน เช่น การยุติกลไกคณะกรรมการป้องกันร่วม ทำให้แคนาดาต้องทบทวนความสัมพันธ์แบบเดิม
มองไปข้างหน้า: หนทางของแคนาดาในโลกที่เปลี่ยนแปลง
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เป็นการเตือนใจว่า ในโลกที่ระเบียบเก่ากำลังคลี่คลาย ประเทศขนาดกลางเช่นแคนาดาต้องเรียนรู้ที่จะยืนด้วยตนเองท่ามกลางความไม่แน่นอน แม้การตัดสินใจเลือก Global Eye และการทบทวนสัญญา F-35 จะเพิ่มต้นทุนระยะสั้นและอาจสร้างความตึงเครียดกับสหรัฐฯ แต่ก็เป็นก้าวสำคัญในการสร้างความยืดหยุ่นทางยุทธศาสตร์ให้กับแคนาดา หากประเทศนี้สามารถใช้ทรัพยากรที่ดินและความสัมพันธ์ที่หลากหลายเพื่อปรับสมดุลกับอิทธิพลของสหรัฐฯ ได้สำเร็จ ก็อาจกลายเป็นแบบอย่างสำหรับประเทศขนาดกลางอื่นๆ ในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เรื่องราวระหว่างแคนาดาและสหรัฐฯ ยังคงดำเนินต่อไป แต่สัญญาณของการแยกตัวกำลังดังขึ้นเรื่อยๆ

บทความที่เกี่ยวข้อง - jaidee slot แตกหนัก จ่ายจริง
แคนาดาสั่งซื้อเครื่องบินตรวจจับ Global Eye จากสวีเดน แทน Boeing E-7 และทบทวนสัญญา F-35 88 ลำ ส่งสัญญาณลดพึ่งพาสหรัฐฯ ด้านการป้องกัน อ่านวิเคราะห์เชิงลึกจากผู้เช