TH-AI Passport เสี่ย... ข่าวล่าสุด
โครงการ TH-AI Passport ของรัฐบาลไทยกำลังเผชิญกับความเสี่ยงที่จะกลายเป็นโครงการอุดหนุนแพลตฟอร์มปัญญาประดิษฐ์จากต่างประเทศอย่างสิ้นเปลือง หากไม่มีการปรับโครงสร้างใหม่ให้เน้นการเข้าถึงโมเดลที่เหมาะสมตามความซับซ้อนของงาน การสนับสนุนนวัตกรรมภายในประเทศ และการวัดผลผลิตภาพที่ชัดเจน ตามรายงานของ Bangkok Post เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2569 กลุ่มสมาคมการค้าได้ออกมาเตือนถึงอันตรายดังกล่าว พร้อมเสนอแนวทาง 8 ข้อเพื่อป้องกันไม่ให้โครงการนี้กลายเป็นภาระงบประมาณที่สูญเปล่า ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญในนโยบายเทคโนโลยีของประเทศ
ข้อกังวลหลัก: การพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ
ตามรายงานของ Bangkok Post ระบุว่า นายกิตติพงษ์ ประดิษฐ์พงศ์ เลขาธิการสมาคมปัญญาประดิษฐ์แห่งประเทศไทย (AIEAT) กล่าวว่า "โครงการ TH-AI Passport ในรูปแบบปัจจุบันมีความเสี่ยงสูงที่จะกลายเป็นการอุดหนุนแพลตฟอร์ม AI จากต่างประเทศ เช่น OpenAI, Google, และ Microsoft โดยที่ไทยไม่ได้สร้างมูลค่าเพิ่มหรือพัฒนาขีดความสามารถของตัวเองเลย" เขาย้ำว่างบประมาณกว่า 2,000 ล้านบาทที่ตั้งไว้สำหรับโครงการนี้ในปีงบประมาณ 2569-2570 อาจไม่ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดหากไม่มีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์
แหล่งข่าวจากสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ยืนยันว่าโครงการนี้มีเป้าหมายให้บริการโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) แก่หน่วยงานรัฐและวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) มากกว่า 5,000 แห่งภายใน 3 ปี แต่ยังขาดรายละเอียดเกี่ยวกับการคัดเลือกแพลตฟอร์มและการประเมินผลกระทบต่อระบบนิเวศสตาร์ทอัพไทย
ข้อเสนอ 8 ประการเพื่อปฏิรูปโครงการ
สมาคม AIEAT ได้เสนอแนวทาง 8 ข้อเพื่อปรับปรุงโครงการ TH-AI Passport ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ประกอบด้วย:
- การจัดลำดับความสำคัญของโมเดลที่เหมาะสมกับความซับซ้อนของงาน (task-based model selection)
- การสนับสนุนสตาร์ทอัพไทยผ่านกองทุนร่วมทุน (co-investment fund) มูลค่า 500 ล้านบาท
- การสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI ในประเทศ เช่น คลาวด์และดาต้าเซ็นเตอร์ที่ใช้พลังงานสะอาด
- การกำหนดมาตรฐานการประเมินผลผลิตภาพที่วัดผลได้ชัดเจน เช่น จำนวนงานที่เสร็จเร็วขึ้น 30% ภายใน 12 เดือน
- การเปิดเผยข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างอย่างโปร่งใส
- การพัฒนาหลักสูตรอบรมบุคลากรด้าน AI อย่างน้อย 10,000 คนภายใน 2 ปี
- การสร้างระบบตรวจสอบและประเมินผลรายไตรมาส
- การร่วมมือกับมหาวิทยาลัยในการวิจัยและพัฒนาโมเดลภาษาไทย
ตารางเปรียบเทียบสถานการณ์ก่อนและหลังปรับปรุงโครงการ
| มิติ | สถานการณ์ปัจจุบัน | สถานการณ์หลังปรับปรุงตามข้อเสนอ |
|---|
| --- | --- | --- |
|---|
| การจัดหาโมเดล | ซื้อบริการ LLM จากต่างประเทศ 100% | ผสมผสานกับโมเดลที่พัฒนาในประเทศ 40% |
|---|
| งบประมาณ | 2,000 ล้านบาทใน 2 ปี | ลดลงเหลือ 1,500 ล้านบาท แต่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น |
|---|
| การสนับสนุนสตาร์ทอัพ | ไม่มีงบประมาณเฉพาะ | กองทุน 500 ล้านบาทเพื่อสตาร์ทอัพ AI ไทย |
|---|
| การวัดผลผลิตภาพ | ไม่มีเกณฑ์ชัดเจน | วัดจาก KPI ที่เป็นรูปธรรม เช่น ต้นทุนลดลง 20% |
|---|
| จำนวนผู้ใช้เป้าหมาย | 5,000 หน่วยงาน | 8,000 หน่วยงาน รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น |
|---|
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจดิจิทัลและสตาร์ทอัพไทย
นายวรวิทย์ ศรีอนันต์ ประธานสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย ระบุว่า "โครงการนี้หากออกแบบไม่ดี จะกลายเป็นการเทงบประมาณให้บริษัทต่างชาติรายใหญ่ 3-4 ราย ซึ่งอาจส่งผลให้สตาร์ทอัพไทย 200 กว่ารายที่กำลังพัฒนา AI ในประเทศต้องปิดตัวลง" ข้อมูลจากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เปิดเผยว่าในปี 2568 ไทยมีสตาร์ทอัพด้าน AI เพิ่มขึ้น 35% คิดเป็น 280 ราย แต่ส่วนใหญ่ยังขาดเงินทุนสนับสนุน
รายงานเพิ่มเติมจาก Bloomberg Intelligence คาดการณ์ว่าตลาด AI ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะเติบโตถึง 7. dracula slot ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ 8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2573 โดยไทยมีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางระดับภูมิภาค หากมีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI ภายในประเทศอย่างจริงจัง
ความท้าทายในการจัดซื้อจัดจ้างและความโปร่งใส
ประเด็นความโปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้างของโครงการ TH-AI Passport เป็นอีกข้อกังวลที่ถูกหยิบยกขึ้นมา โดยนายกิตติพงษ์กล่าวว่า "รัฐบาลควรเปิดเผยรายละเอียดการเจรจากับบริษัทต่างประเทศอย่างโปร่งใส เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบได้ เนื่องจากงบประมาณ 2,000 ล้านบาทนี้เป็นเงินภาษีของประชาชน" เขาชี้ว่าการจัดซื้อบริการคลาวด์และ AI จากผู้ให้บริการรายเดียวอาจทำให้เกิดการผูกขาดและค่าบริการที่สูงเกินจริงในระยะยาว
แหล่งข่าวจาก Bangkok Post ระบุว่ากระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้เริ่มเจรจากับบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่แล้ว 3 ราย ได้แก่ OpenAI (ChatGPT), Google (Gemini) และ Microsoft (Azure AI) โดยมีกำหนดการเซ็นสัญญาในไตรมาส 4 ของปี 2569 นี้
ยุทธศาสตร์การพัฒนาบุคลากรและนวัตกรรมภายในประเทศ
การพัฒนาบุคลากรเป็นหัวใจสำคัญของข้อเสนอของ AIEAT โดยเน้นการอบรมบุคลากรด้าน AI อย่างน้อย 10,000 คนภายใน 2 ปี ซึ่งรวมถึงข้าราชการ 5,000 คน และพนักงานภาคเอกชน 5, knight slot ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ 000 คน นางสาวสุชาดา ธีรวรกุล รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยว่า "กระทรวงฯ กำลังพิจารณาจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรม AI ระดับชาติ 3 แห่งในกรุงเทพฯ เชียงใหม่ และขอนแก่น โดยใช้งบประมาณ 300 ล้านบาท"
นอกจากนี้ แผนการวิจัยและพัฒนาโมเดลภาษาไทย (Thai LLM) ร่วมกับมหาวิทยาลัยชั้นนำ 8 แห่ง เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จะช่วยลดการพึ่งพาโมเดลต่างชาติ และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจเพิ่มเติมอีกประมาณ 500 ล้านบาทต่อปี
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโครงการ TH-AI Passport
Q1: โครงการ TH-AI Passport คืออะไร และมีเป้าหมายอย่างไร?
A1: โครงการ TH-AI Passport เป็นโครงการของรัฐบาลไทยที่ตั้งเป้าให้บริการโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) แก่หน่วยงานรัฐและ SMEs มากกว่า 5,000 แห่งภายใน 3 ปี โดยใช้งบประมาณ 2,000 ล้านบาท เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและผลผลิตภาพทางเศรษฐกิจ แต่ปัจจุบันกำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าอาจกลายเป็นการอุดหนุนแพลตฟอร์ม AI ต่างชาติโดยไม่สร้างขีดความสามารถภายในประเทศ
Q2: ทำไมสมาคมการค้าถึงกังวลเกี่ยวกับโครงการนี้?
A2: สมาคม AIEAT กังวลว่าโครงการนี้จะทำให้ไทยพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศมากเกินไป โดยเฉพาะจาก OpenAI, Google และ Microsoft โดยไม่มีมาตรการส่งเสริมนวัตกรรมในประเทศอย่างเพียงพอ spin 777 slot ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ นอกจากนี้ ยังขาดความโปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้างและเกณฑ์การวัดผลผลิตภาพที่ชัดเจน ซึ่งอาจทำให้งบประมาณ 2,000 ล้านบาทไม่เกิดประโยชน์สูงสุด
โครงการ TH-AI Passport เป็นโอกาสสำคัญของไทยในการก้าวสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัล แต่จำเป็นต้องมีการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดและไม่กลายเป็นภาระงบประมาณที่สูญเปล่า การนำข้อเสนอของสมาคมการค้ามาปรับใช้จะช่วยให้โครงการนี้เป็นกลไกขับเคลื่อนนโยบายเทคโนโลยีที่ยั่งยืนของประเทศในอนาคต

บทความที่เกี่ยวข้อง - winterberries slot แตกหนัก จ่ายจริง
โครงการ TH-AI Passport งบ 2,000 ล้านบาท อาจกลายเป็นการอุดหนุนแพลตฟอร์มต่างชาติ สมาคม AIEAT เสนอ 8 แนวทางปฏิรูป พร้อมตารางเปรียบเทียบประสิทธิภาพ คลิกอ่านก่อนรัฐบ