โครงการถมทะเลบีบให้ประภาคารประวัติศาสตร์สิงคโปร์ต้องย้าย | CNA

โครงการถมทะเลบีบให้ประภาคารประวัติศาสตร์สิงคโปร์ต้องย้าย | CNA

โครงการถมทะเลบีบให้ป... ข่าวล่าสุด

โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางทะเลขนาดใหญ่ของสิงคโปร์ อาทิ ท่าเรือทูอัส (Tuas Port) และโครงการ 'เกาะยาว' (Long Island) กำลังสร้างความท้าทายให้กับมรดกทางทะเลของประเทศ โดยผู้เชี่ยวชาญด้านการเดินเรือชี้ว่า แนวโน้มการถมทะเลเพื่อขยายพื้นที่อาจบดบังทัศนียภาพของประภาคารสุลต่านโชล (Sultan Shoal Lighthouse) และผลักดันให้แนวชายฝั่งห่างไกลจากประภาคารเบด็อก (Bedok Lighthouse) จนทำให้ประภาคารทั้งสองแห่งไม่สามารถทำหน้าที่นำร่องได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกต่อไป ตามรายงานของสำนักข่าว CNA เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569

ความท้าทายจากท่าเรือทูอัสและโครงการเกาะยาว

ตามรายงานของ CNA ซึ่งเป็นสื่อหลักในครั้งนี้ ชี้ให้เห็นว่า เมื่อท่าเรือทูอัสซึ่งเป็นท่าเรือน้ำลึกที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกแล้วเสร็จสมบูรณ์ในปี 2583 โครงสร้างของท่าเรือจะบดบังแนวสายตาของประภาคารสุลต่านโชล ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากชายฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของสิงคโปร์ประมาณ 1.8 กิโลเมตร โดยสิ้นเชิง ในขณะเดียวกัน โครงการ 'เกาะยาว' ซึ่งเป็นแผนพัฒนาแนวป้องกันชายฝั่งขนาดใหญ่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะหลัก คาดว่าจะถมทะเลเพื่อสร้างพื้นที่เพิ่มเติมถึง 800 เฮกตาร์ ส่งผลให้แนวชายฝั่งเดิมขยับออกไปอีกหลายร้อยเมตร ทำให้ประภาคารเบด็อกที่ตั้งอยู่บนแหลม จะไม่ตั้งอยู่ติดริมน้ำอีกต่อไป

แหล่งข่าวจาก Maritime and Port Authority of Singapore (MPA) หรือ การท่าเรือแห่งประเทศสิงคโปร์ ยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่มีแผนที่จะย้ายประภาคารทั้งสองแห่ง แต่อยู่ระหว่างการศึกษาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นอย่างละเอียด

ข้อมูลเชิงลึก: ตารางเปรียบเทียบประภาคารที่ได้รับผลกระทบ

ตารางด้านล่างนี้แสดงข้อมูลเปรียบเทียบของประภาคารทั้งสองแห่งที่กำลังเผชิญกับภัยคุกคามจากโครงการถมทะเล:

ประภาคารปีที่ก่อสร้างที่ตั้งปัจจุบันความสูง (เมตร)ผลกระทบจากโครงการถมทะเล
---------------
สุลต่านโชล (Sultan Shoal Lighthouse)2440 (1897)เกาะสุลต่านโชล ห่างจากชายฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ 1.8 กม.18.5ท่าเรือทูอัสจะบดบังแนวสายตาโดยสิ้นเชิง
เบด็อก (Bedok Lighthouse)2521 (1978)แหลมเบด็อก ชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้40แนวชายฝั่งใหม่จากโครงการเกาะยาวจะทำให้ไม่ติดทะเล

เสียงสะท้อนจากผู้เชี่ยวชาญด้านการเดินเรือ

นาย Tan Cheng Hock อดีตนักเดินเรือและผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์การเดินเรือ ให้สัมภาษณ์กับ CNA ว่า "ประภาคารสุลต่านโชลสร้างขึ้นเมื่อปี 2440 ถือเป็นสัญลักษณ์สำคัญของการเดินเรือในยุคที่สิงคโปร์เริ่มเป็นศูนย์กลางการค้า eagle slot ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ การบดบังประภาคารด้วยตู้คอนเทนเนอร์กองโตถือเป็นการสูญเสียทางสายตาและประวัติศาสตร์" เขากล่าวว่าการย้ายประภาคารนั้นเป็นไปได้ในทางเทคนิค แต่ต้องใช้ต้นทุนสูงถึง 1-2 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์

ดร. Kwa Chong Guan นักประวัติศาสตร์ทางทะเลจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า "ประภาคารเบด็อกสร้างขึ้นเมื่อปี 2521 เพื่อทดแทนเรือประภาคารที่จมอยู่ และเป็นประภาคารแห่งแรกในสิงคโปร์ที่ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ควบคุม การเปลี่ยนตำแหน่งอาจส่งผลกระทบต่อแผนที่เดินเรือและเส้นทางเดินเรือในช่องแคบสิงคโปร์"

ผลกระทบต่อความปลอดภัยในการเดินเรือและสิ่งแวดล้อม

การเปลี่ยนแปลงที่ตั้งของประภาคารทั้งสองแห่งอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในการเดินเรือในช่องแคบสิงคโปร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางเดินเรือที่พลุกพล่านที่สุดในโลก โดยในปี 2567 มีเรือผ่านช่องแคบนี้มากกว่า 140,000 ลำ ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า การย้ายประภาคารจำเป็นต้องปรับปรุงแผนที่เดินเรือ (nautical chart) ใหม่ทั้งหมด ซึ่งอาจใช้เวลานานถึง 2-3 ปี

นอกจากนี้ โครงการถมทะเลยังส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเล โดยเฉพาะแนวปะการังบริเวณประภาคารสุลต่านโชล mobile slots ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ ซึ่งเป็นแหล่งอาศัยของปลาและสัตว์ทะเลมากกว่า 120 ชนิด

ปฏิกิริยาของภาคประชาชนและนักอนุรักษ์

กลุ่มนักอนุรักษ์มรดกและประชาชนในพื้นที่แสดงความกังวลต่อแผนการดังกล่าว โดยโพสต์ในโซเชียลมีเดียเรียกร้องให้ MPA เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผนอนุรักษ์ประภาคาร มีการจัดตั้งกลุ่มเฟซบุ๊กชื่อ "Save Our Lighthouses" โดยมีผู้เข้าร่วมมากกว่า 5,000 คนภายใน 24 ชั่วโมง

นางสาว Lim Li Ting นักกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมกล่าวว่า "ประภาคารไม่ใช่แค่สิ่งก่อสร้าง แต่เป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์และประวัติศาสตร์ของสิงคโปร์ เราต้องการให้รัฐบาลวางแผนที่ชัดเจนในการอนุรักษ์และย้ายประภาคารอย่างเหมาะสม"

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q1: ทำไมท่าเรือทูอัสถึงบดบังประภาคารสุลต่านโชล?

A1: ตามรายงานของ CNA เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 ท่าเรือทูอัสเป็นท่าเรือขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นบนพื้นที่ถมทะเล มีความสูงของเครนและอาคารคลังสินค้าที่จะบดบังแนวสายตาจากประภาคาร red tiger slot ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ ซึ่งตั้งอยู่ห่างออกไปเพียง 1.8 กิโลเมตร เมื่อท่าเรือแล้วเสร็จในปี 2583 ประภาคารจะไม่สามารถมองเห็นได้จากทะเลอีกต่อไป

Q2: มีแผนที่จะสร้างประภาคารแห่งใหม่ทดแทนหรือไม่?

A2: MPA ได้ออกมาแถลงว่า ยังไม่มีแผนย้ายหรือสร้างประภาคารแห่งใหม่ในขณะนี้ แต่อยู่ระหว่างการศึกษาผลกระทบและทางเลือกที่เหมาะสม โดยอาจใช้เทคโนโลยีระบบนำร่องด้วยดาวเทียม (GPS) มาทดแทนการทำงานของประภาคารในอนาคต

บทสรุปและอนาคตของมรดกทางทะเลสิงคโปร์

การขยายตัวอย่างรวดเร็วของสิงคโปร์ ด้วยโครงการถมทะเลขนาดใหญ่ กำลังสร้างคำถามสำคัญเกี่ยวกับการรักษาสมดุลระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจและการอนุรักษ์มรดกทางทะเล โดยเฉพาะประภาคารประวัติศาสตร์ทั้งสองแห่ง การตัดสินใจของ MPA ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าจะเป็นตัวกำหนดว่าประเทศจะสามารถอนุรักษ์สัญลักษณ์แห่งอดีตไว้ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของอนาคตได้หรือไม่

lucky drum slot เว็บตรง แตกง่าย

บทความที่เกี่ยวข้อง - oishi delights RTP

โครงการท่าเรือทูอัสและเกาะยาวอาจบังคับให้ประภาคารสุลต่านโชลและเบด็อกต้องย้ายที่ตั้ง ตามรายงาน CNA ต้นทุนสูงถึง 2 ล้านดอลลาร์ กระทบความปลอดภัยทางทะเลและการอนุรัก

แท็กที่เกี่ยวข้อง:

แนะนำ

友情链接:

🔗 友站推荐

นิตยสารออนไลน์
ข่าวกีฬา
ข่าวบันเทิง
ข่าวเทคโนโลยี
สล็อตแตกง่าย
คาสิโนออนไลน์
มุมสนุก
เรื่องน่ารู้
บล็อกบันเทิง
สล็อตทดลองเล่น