สิบปีหลัง Brexit: ชา... ข่าวล่าสุด
ตามรายงานของ CCTV News ซึ่งอ้างอิงผลสำรวจจาก YouGov พบว่า ณ วันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2569 ประชาชนชาวอังกฤษถึง 55% สนับสนุนให้สหราชอาณาจักรกลับเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) อีกครั้ง ขณะที่มีเพียง 33% ที่ยังคงคัดค้าน การสำรวจนี้สะท้อนให้เห็นถึงกระแสความเสียใจอย่างกว้างขวาง ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจและการเมืองที่ยืดเยื้อนับตั้งแต่การแยกตัวออกจาก EU อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2563 ซึ่งเป็นวันที่อดีตนายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ประกาศอย่างฮึกเหิมว่าเป็น “รุ่งอรุณของยุคใหม่” แต่ปัจจุบันกลับถูกมองว่าเป็น “โศกนาฏกรรมระดับเรือไททานิก” ดังที่เขาเคยพูดติดตลกไว้เมื่อ 10 ปีก่อน
ทำไม Britons ถึงเปลี่ยนใจ? สัญญาณแห่งความล้มเหลวทางเศรษฐกิจ
แหล่งข่าวจาก AFP และ Bloomberg ยืนยันว่า สาเหตุหลักที่ทำให้ชาวอังกฤษส่วนใหญ่เปลี่ยนใจคือผลกระทบทางเศรษฐกิจที่รุนแรงกว่าที่คาดการณ์ไว้ การแยกตัวจากตลาดเดียวของ EU ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของอังกฤษลดลงระหว่าง 6% ถึง 8% คิดเป็นมูลค่าความเสียหายสูงถึง 1.4 แสนล้านปอนด์ต่อปี (ประมาณ 1.7 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ) นอกจากนี้ จำนวนตำแหน่งงานที่หายไปเนื่องจากการถอนตัวจาก EU มีมากถึงเกือบ 2 ล้านตำแหน่ง ซึ่งเป็นตัวเลขที่นักเศรษฐศาสตร์อิสระหลายสำนักยืนยันตรงกัน “Brexit ไม่ได้ทำให้เรารวยขึ้น แต่มันทำให้ค่าครองชีพพุ่งสูงขึ้นและรายได้หดหาย” ศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์จาก London School of Economics กล่าวกับสำนักข่าว Reuters
ความหวังที่พังทลาย: จำนวนผู้อพยพเพิ่มขึ้นไม่ลดลง
หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ผู้สนับสนุน Brexit เคยขายให้กับประชาชนคือ “การลดจำนวนผู้อพยพ” แต่ข้อมูลล่าสุดจากสำนักงานสถิติแห่งชาติของสหราชอาณาจักร (ONS) ณ สิ้นปี พ.ศ. 2568 ระบุว่ามีจำนวนผู้อพยพอาศัยอยู่ในอังกฤษมากถึงประมาณ 9.4 ล้านคน คิดเป็น 14% ของประชากรทั้งหมด นั่นหมายถึงสัดส่วนผู้อพยพสูงกว่าในช่วงก่อนการลงประชามติเสียอีก การขาดแคลนแรงงานหลัง Brexit ทำให้รัฐบาลต้องพึ่งพาแรงงานต่างด้าว รวมถึงผู้เข้าเมืองผิดกฎหมาย ซึ่งส่งผลให้ปัญหาเส้นเขตแดนและความมั่นคงทางสังคมเลวร้ายลง “เราถูกหลอกให้เชื่อว่าการออกจาก EU จะทำให้ชายแดนปลอดภัยขึ้น แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือตรงกันข้าม” เวส สตรีตติง (Wes Streeting) อดีตรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นหนึ่งในคู่แข่งสำคัญของนายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์ กล่าวเรียกร้องให้สหราชอาณาจักรกลับเข้าสู่ EU อีกครั้ง
ตารางเปรียบเทียบ: คำสัญญาหลัง Brexit กับความจริงในปัจจุบัน
| ประเด็น | คำสัญญาของกลุ่ม Brexit (พ.ศ. 2559) | สถานการณ์จริง (พ.ศ. 2569) |
|---|
| --- | --- | --- |
|---|
| การเติบโตทางเศรษฐกิจ | เศรษฐกิจจะแข็งแกร่งขึ้น | GDP ลดลง 6-8% สูญเสียรายได้ปีละ 1.4 แสนล้านปอนด์ |
|---|
| จำนวนผู้อพยพ | ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ | ผู้อพยพเพิ่มขึ้นเป็น 9.4 ล้านคน คิดเป็น 14% ของประชากร |
|---|
| ความปลอดภัยชายแดน | ชายแดนจะปลอดภัยขึ้น | ปัญหาชายแดนและการลักลอบเข้าเมืองทวีความรุนแรง |
|---|
| อำนาจต่อรองในโลก | อังกฤษจะมีอำนาจต่อรองเพิ่มขึ้น | เสียงของอังกฤษในเวทีโลกลดลง โดยเฉพาะในความขัดแย้งยูเครน |
|---|
| ความสัมพันธ์กับสหรัฐอเมริกา | ข้อตกลงการค้าฉบับใหม่จะเกิดขึ้น | ความสัมพันธ์ตึงเครียด ทรัมป์เยาะเย้ยสตาร์เมอร์เป็น “ผู้แพ้” |
|---|
เกมการเมือง: แผน ‘ตีกลับ’ ของรัฐบาลสตาร์เมอร์
เวส สตรีตติง หนึ่งในตัวเต็งชิงตำแหน่งผู้นำพรรคแรงงาน กลายเป็นนักการเมืองระดับสูงคนแรกที่กล้าพูดอย่างเปิดเผยถึงการกลับเข้า EU ขณะที่เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันเองก็แสดงท่าทีชัดเจนว่า ต้องการจัดวางอังกฤษ “กลับไปเป็นศูนย์กลางของยุโรป” โดยมีแผนเสนอให้สถาปนาตลาดเดียวด้านสินค้าร่วมกับ EU ในการประชุมสุดยอดสหราชอาณาจักร-สหภาพยุโรปในเดือนกรกฎาคม พ. penny slot machines free slots ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ ศ. 2569 อย่างไรก็ตาม การกระทำดังกล่าวถูกวิพากษ์วิจารณ์จากนักวิเคราะห์ว่าเป็นเพียงความพยายาม “เขย่ง” กลับเข้าไปโดยไม่ต้องยอมรับเงื่อนไขทั้งหมด ซึ่งรวมถึงการกลับไปใช้เงินสกุลยูโรหรือยกเลิกการควบคุมพรมแดน ข้อเสนอนี้แม้จะดูเป็นไปได้ยาก แต่ก็สะท้อนถึงความสิ้นหวังของรัฐบาลที่กำลังเผชิญความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งท้องถิ่นเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา
อุปสรรคใหญ่: EU ไม่ได้รอต้อนรับอังกฤษกลับ
แหล่งข่าวจากระดับสูงของคณะกรรมาธิการยุโรป เปิดเผยกับ BBC ว่า จุดยืนของ EU ในตอนนี้ชัดเจนคือ “อังกฤษอาจกลับมาเป็นสมาชิกได้ แต่ต้องยอมรับกฎทุกข้อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการยกเลิกสิทธิพิเศษในการไม่เข้าร่วมข้อตกลงเชงเกนและการยอมรับเงินยูโร” หากอังกฤษไม่ยอม ก็ต้องเจรจากับทั้ง 27 ประเทศสมาชิก ซึ่งจะใช้เวลาอย่างน้อยหลายปี และอาจก่อให้เกิดวิกฤตการเมืองภายในครั้งใหม่ “อังกฤษกำลังพยายามกินเค้กและยังอยากให้เค้กอยู่ครบ มันเป็นไปไม่ได้” นักการทูตอาวุโสของเยอรมนีให้สัมภาษณ์กับ Reuters ปัจจุบัน ประมาณการจากสถาบันวิเคราะห์ความเสี่ยงระดับโลก ประเมินว่าโอกาสที่สหราชอาณาจักรจะบรรลุข้อตกลงตลาดเดียวกับ EU มีเพียง 30% เท่านั้น
ผลกระทบต่อภูมิรัฐศาสตร์: อังกฤษ ‘ตัวเล็ก’ ลงทุกวัน
จากบทบาทผู้เล่นหลักในยุทธศาสตร์ ‘สมดุลนอกฝั่ง’ (Offshore Balancer) ปัจจุบันอังกฤษกลับกลายเป็นผู้สังเกตการณ์ในเวทีโลก ในความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน เสียงของอังกฤษแทบไม่ได้รับการเหลียวแล ขณะที่ความสัมพันธ์พิเศษกับสหรัฐฯ อยู่ในภาวะตกต่ำที่สุด dragons slot ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ หลังจากที่นายกรัฐมนตรีสตาร์เมอร์ปฏิเสธไม่ให้สหรัฐฯ ใช้ฐานทัพอากาศดิเอโก การ์เซียโจมตีอิหร่าน ทำให้โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวเยาะเย้ยผ่านทวิตเตอร์ว่า “สตาร์เมอร์ไม่ใช่เซอร์วินสตัน เชอร์ชิลล์ เขาเป็นแค่ผู้แพ้ที่นำกองทัพเรือที่ไร้ค่า” สถานการณ์เช่นนี้ทำให้นักวิเคราะห์มองว่า การกลับไปหา EU คือทางรอดเดียวของอังกฤษในการรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจและการทูต
Q1: ผู้คนส่วนใหญ่ในอังกฤษคิดอย่างไรกับการกลับเข้า EU ในตอนนี้?
A1: จากผลสำรวจของ YouGov เมื่อต้นเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2569 พบว่า 55% ของผู้ตอบแบบสอบถามสนับสนุนให้สหราชอาณาจักรกลับเข้าเป็นสมาชิก EU ขณะที่มีเพียง 33% ที่คัดค้าน ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูงที่สุดนับตั้งแต่การลงประชามติในปี พ.ศ. 2559
Q2: อะไรคืออุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดสำหรับอังกฤษในการกลับเข้า EU?
A2: อุปสรรคหลักคือ EU กำหนดเงื่อนไขให้อังกฤษต้องยอมรับกฎทั้งหมดของสหภาพ รวมถึงการสละสิทธิพิเศษในการใช้เงินสเตอร์ลิงและการควบคุมพรมแดนของตนเอง slot table game ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ หากปฏิเสธ อังกฤษก็ต้องเจรจากับทั้ง 27 ประเทศสมาชิก ซึ่งเป็นกระบวนการที่ซับซ้อนและยาวนาน โอกาสสำเร็จมีเพียง 30% ตามการประเมินของสถาบันวิเคราะห์ระหว่างประเทศ
สิบปีหลังจากเสียงโห่ร้องแห่งชัยชนะของ Brexit สหราชอาณาจักรกำลังเผชิญหน้ากับความจริงอันขมขื่น: สัญญาเรื่องความร่ำรวยและความปลอดภัยไม่เคยเป็นจริง กระแสเรียกร้องให้กลับเข้ายุโรปกำลังเพิ่มสูงขึ้น แต่เส้นทางนั้นเต็มไปด้วยหนามและอาจสายเกินไปเสียแล้ว

บทความที่เกี่ยวข้อง - ufabet บา คา ร่า แตกง่าย ได้เงินจริง
สิบปีหลัง Brexit จากคำสัญญาที่สวยหรูสู่ความจริงที่โหดร้าย ชาวอังกฤษ 55% สนับสนุนกลับเข้า EU อีกครั้ง หลัง GDP หาย 6% และผู้อพยพทะลุ 9.4 ล้านคน คลิกอ่านวิเคราะห์