ระเบิดจรวดนิวเกลน! น... ข่าวล่าสุด
ตามรายงานของสำนักข่าวซินหัว (Xinhua) และการเปิดเผยขององค์การนาซา (NASA) เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2026 เกิดเหตุระเบิดรุนแรงขึ้นระหว่างการทดสอบจุดระเบิดสถิต (static fire test) ของจรวดนิวเกลน (New Glenn) ของบริษัทบลูออริจิน (Blue Origin) ของสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคมที่ผ่านมา ณ ศูนย์อวกาศเคนเนดี (Kennedy Space Center) ในรัฐฟลอริดา เหตุการณ์นี้ไม่เพียงสร้างความเสียหายแก่จรวดมูลค่าหลายร้อยล้านดอลลาร์เท่านั้น แต่ยังทำลายแท่นปล่อยจรวดเฉพาะรุ่นนิวเกลนจนไม่สามารถใช้งานได้ เจมส์ ไอแซกแมน (James Isaacman) ผู้อำนวยการนาซา ให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า การซ่อมแซมแท่นปล่อยดังกล่าวจะใช้เวลานานหลายปี และอาจลากยาวไปถึงปี 2028 ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อกำหนดการส่งยานอวกาศและภารกิจสำคัญต่างๆ โดยเฉพาะโครงการสำรวจดวงจันทร์อาร์ทีมิส (Artemis) ของสหรัฐฯ ที่อาจต้องเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด
รายละเอียดเหตุการณ์: แท่นปล่อยจรวดพังยับเยิน
แหล่งข่าวจากสำนักข่าวรอยเตอร์ (Reuters) ยืนยันว่า การทดสอบจุดระเบิดสถิตเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2026 เป็นการทดสอบระบบขับเคลื่อนหลักของจรวดนิวเกลนขั้นที่หนึ่ง (first stage) ซึ่งใช้เครื่องยนต์แอล.อี.-7 (LE-7 จำนวน 7 เครื่อง) แต่กลับเกิดความผิดปกติของระบบจ่ายเชื้อเพลิง ส่งผลให้เกิดการระเบิดอย่างรุนแรงจนแท่นปล่อยจรวดเสียหายหนัก โฆษกของบลูออริจินกล่าวในแถลงการณ์ว่า "เรากำลังตรวจสอบสาเหตุที่แท้จริง แต่ในเบื้องต้นพบว่าโครงสร้างแท่นปล่อยได้รับความเสียหายเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้" ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมจรวด จากมหาวิทยาลัยฟลอริดา ระบุว่า ความเสียหายของแท่นปล่อยเพียงแห่งเดียวของนิวเกลนนี้เปรียบเสมือน "การสูญเสียสนามบินเพียงแห่งเดียวของสายการบินชั้นนำ"
ผลกระทบต่อภารกิจสำรวจดวงจันทร์อาร์ทีมิส
เหตุระเบิดครั้งนี้สร้างความกังวลอย่างมากต่อแผนการส่งมนุษย์กลับไปยังดวงจันทร์อีกครั้งของสหรัฐฯ ภายใต้โครงการอาร์ทีมิส ตามรายงานของบลูมเบิร์ก (Bloomberg) นาซาได้ลงนามสัญญากับบลูออริจินมูลค่ากว่า 3.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อใช้จรวดนิวเกลนขนส่งยานลงจอดจันทรคติ "บลูมูน" (Blue Moon) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจอาร์ทีมิส V และภารกิจสร้างสถานีฐานบนดวงจันทร์ เจมส์ ไอแซกแมน ผู้อำนวยการนาซา กล่าวว่า "การส่งยานบลูมูนไปยังดวงจันทร์ต้องใช้จรวดที่มีความสามารถในการยกน้ำหนักมหาศาล ซึ่งมีเพียงไม่กี่บริษัทเท่านั้นที่ทำได้" เขาเสริมว่า ขณะนี้มีเพียงสเปซเอ็กซ์ (SpaceX) และบลูออริจินเท่านั้นที่มีขีดความสามารถดังกล่าว และตอนนี้แท่นปล่อยของบลูออริจินก็ไม่พร้อมใช้งาน ภารกิจอาร์ทีมิส VI ซึ่งมีกำหนดส่งนักบินอวกาศไปยังพื้นผิวดวงจันทร์ในปี 2028 อาจต้องเลื่อนออกไปอย่างน้อย 2-3 ปี
ทางเลือกของนาซา: เปลี่ยนไปใช้จรวดฟอลคอนเฮฟวีของสเปซเอ็กซ์?
ในสถานการณ์คับขันนี้ นาซาอาจต้องหันไปพึ่งพาคู่แข่งโดยตรงของบลูออริจินอย่างสเปซเอ็กซ์ (SpaceX) ของอีลอน มัสก์ (Elon Musk) เจมส์ ไอแซกแมน เปิดเผยว่า "ในด้านการขนส่งหนัก จรวดฟอลคอนเฮฟวี (Falcon Heavy) ของสเปซเอ็กซ์เป็นตัวเลือกเดียวที่เหลืออยู่" จรวดฟอลคอนเฮฟวี ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในปี 2018 มีความสามารถในการส่งน้ำหนักขึ้นสู่วงโคจรต่ำ (LEO) ได้มากกว่า 63, mayana slot ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ 800 กิโลกรัม ขณะที่นิวเกลนออกแบบมาเพื่อส่งน้ำหนักสูงสุด 45,000 กิโลกรัม สัญญาที่นาซามีกับบลูออริจินอาจถูกยกเลิกหรือปรับเปลี่ยน โดยนาซาต้องจ่ายค่าปรับ ราว 4.5% ของมูลค่าสัญญา ซึ่งคิดเป็นเงินประมาณ 153 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
เปรียบเทียบขีดความสามารถจรวดหนักสหรัฐฯ
| จรวด | บริษัท | ความจุ LEO (กก.) | จำนวนเที่ยวบินที่ประสบความสำเร็จ | สถานะปัจจุบัน |
|---|
| --- | --- | --- | --- | --- |
|---|
| ฟอลคอนเฮฟวี | SpaceX | 63,800 | 10+ | ปฏิบัติการได้ |
|---|
| นิวเกลน | Blue Origin | 45,000 | 0 | แท่นปล่อยเสียหาย |
|---|
| วัลแคน เซนทอร์ | ULA | 27,200 | 5 | ปฏิบัติการได้ |
|---|
| สเปซลอนช์ซิสเต็ม (SLS) | NASA | 95,000 | 1 | ราคาแพงมาก (4.1 พันล้านต่อการปล่อย) |
|---|
ปัญหาห่วงโซ่อุปทานและงบประมาณ
เหตุระเบิดครั้งนี้ยังส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานของบลูออริจิน เนื่องจากบริษัทต้องใช้เวลาในการซ่อมแซมแท่นปล่อยซึ่งมีอายุการใช้งานเพียง 4 ปี นอกจากนี้ ต้องผลิตจรวดนิวเกลนลำใหม่ ซึ่งใช้เวลาประกอบนานถึง 18-24 เดือน ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันนโยบายอวกาศ มหาวิทยาลัยจอร์จ วอชิงตัน กล่าวว่า "นาซากำลังเผชิญกับความเสี่ยงด้านเวลาและงบประมาณ การเปลี่ยนไปใช้สเปซเอ็กซ์อาจเร็วกว่า แต่ก็หมายถึงการพึ่งพาบริษัทเดียวมากเกินไป" ค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมแท่นปล่อยคาดว่าจะสูงถึง 500-700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 18,000-25,000 ล้านบาท) ซึ่งบลูออริจินอาจต้องขอเงินสนับสนุนเพิ่มจากนาซาหรือนักลงทุน
บทวิเคราะห์อนาคตของบลูออริจิน
เจฟฟ์ เบโซส (Jeff Bezos) ผู้ก่อตั้งบลูออริจิน เคยให้สัมภาษณ์ว่า "เป้าหมายของเราคือการทำให้การบินอวกาศเป็นเหมือนการบินพาณิชย์" แต่เหตุการณ์นี้กลับตอกย้ำความท้าทายของบริษัทที่ยังไม่เคยส่งจรวดขึ้นสู่วงโคจรได้สำเร็จแม้แต่ครั้งเดียว superslot free ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ ขณะที่สเปซเอ็กซ์มีเที่ยวบินที่ประสบความสำเร็จมากกว่า 350 เที่ยวบินนับตั้งแต่ปี 2023 ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนในอุตสาหกรรมอวกาศ จากธนาคารมอร์แกน สแตนลีย์ (Morgan Stanley) เปิดเผยว่า "นักลงทุนเริ่มตั้งคำถามถึงความสามารถของบลูออริจินในการแข่งขันกับสเปซเอ็กซ์" หุ้นของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับอวกาศในตลาดหุ้นนิวยอร์กปรับตัวลดลง 2.3% หลังข่าวระเบิด
FAQ: คำถามที่พบบ่อย
Q1: เหตุระเบิดจรวดนิวเกลนครั้งนี้จะส่งผลต่อโครงการอาร์ทีมิสของนาซาอย่างไร?
A1: ตามรายงานของสำนักข่าว AFP ภารกิจอาร์ทีมิส V และ VI ซึ่งมีกำหนดใช้จรวดนิวเกลนขนส่งยานบลูมูน อาจต้องเลื่อนออกไปอย่างน้อย 3-5 ปี นาซากำลังพิจารณาทางเลือกในการใช้จรวดฟอลคอนเฮฟวีของสเปซเอ็กซ์แทน แต่จะต้องปรับเปลี่ยนสัญญาและอาจเพิ่มค่าใช้จ่ายอีกหลายพันล้านดอลลาร์
Q2: แท่นปล่อยจรวดของนิวเกลนจะใช้เวลาซ่อมแซมนานเท่าไร และค่าใช้จ่ายเท่าไร?
A2: เจมส์ ไอแซกแมน ผู้อำนวยการนาซา ระบุว่า การซ่อมแซมอาจใช้เวลาจนถึงปี 2028 หรือประมาณ 2 ปี เนื่องจากความเสียหายเชิงโครงสร้างที่รุนแรง ค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมคาดว่าอยู่ระหว่าง 500-700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (18, payslot ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ 000-25,000 ล้านบาท) ซึ่งอาจส่งผลให้งบประมาณของนาซาในปี 2027 ต้องเพิ่มขึ้นอีก 1.2 หมื่นล้านบาท
เหตุระเบิดจรวดนิวเกลนของบลูออริจินในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นความสูญเสียทางเทคโนโลยีและเศรษฐกิจ แต่ยังเป็นบทเรียนสำคัญเกี่ยวกับการพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานด้านอวกาศเพียงจุดเดียว การที่แท่นปล่อยจรวดเฉพาะรุ่นได้รับความเสียหายอย่างหนัก และอาจต้องใช้เวลานานถึง 2 ปีในการฟื้นฟู ส่งผลให้แผนการสำรวจดวงจันทร์ของสหรัฐฯ ตกอยู่ในความเสี่ยง การแข่งขันระหว่างบลูออริจินและสเปซเอ็กซ์ในตลาดจรวดหนัก จะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น และนาซาจะต้องตัดสินใจครั้งใหญ่เพื่อรักษาความเป็นผู้นำด้านอวกาศของชาติ

บทความที่เกี่ยวข้อง - asgardian rising ทดลองเล่น ฟรี
เกิดระเบิดรุนแรงระหว่างทดสอบจรวดนิวเกลนของบลูออริจิน ทำให้แท่นปล่อยพังยับเยิน ผู้อำนวยการนาซาระบุซ่อมแซมอาจถึงปี 2028 กระทบโครงการสำรวจดวงจันทร์อาร์ทีมิสและแผนส