อิหร่านไม่ไว้วางใจสห... ข่าวล่าสุด
ตามรายงานของสำนักข่าว AFP เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2569 อิหร่านประกาศว่าไม่ไว้วางใจสหรัฐอเมริกา หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ เพิ่มความเข้มงวดในข้อเรียกร้องเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน โดยเตหะรานยืนกรานว่าจะไม่ยอมลงนามในข้อตกลงใดๆ กับวอชิงตัน เว้นแต่จะได้รับหลักประกันที่สมบูรณ์ในสิทธิตามกฎหมายของตน การเจรจาทางอ้อมระหว่างสองประเทศยังคงดำเนินต่อไป ท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะประเด็นช่องแคบฮอร์มุซและความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพของราคาน้ำมันโลก
ข้อความชัดเจนจากเตหะราน: ต่อรองภายใต้แรงกดดัน
หัวหน้าคณะเจรจาของอิหร่าน โมฮัมหมัด บาเกร์ กาลีบาฟ (Mohammad Bagher Ghalibaf) เปิดเผยเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า อิหร่านจะไม่ยอมจำนนต่อแรงกดดันจากสหรัฐฯ โดยเด็ดขาด เขาระบุว่า “เราไม่สามารถเชื่อถือสหรัฐอเมริกาได้” และย้ำว่า “ข้อตกลงใดๆ จะต้องเป็นข้อตกลงที่รักษาสิทธิของชาวอิหร่านไว้อย่างสมบูรณ์ เราจะไม่ยอมรับข้อตกลงครึ่งๆ กลางๆ หรือข้อตกลงที่ถูกบิดเบือน” คำแถลงนี้เกิดขึ้นหลังจากประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศเพิ่มเงื่อนไขต่อโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ซึ่งรวมถึงการเรียกร้องให้อิหร่านยุติโครงการขีปนาวุธและการสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธในภูมิภาคโดยสมบูรณ์
แหล่งข่าวจากสำนักข่าว Reuters ยืนยันว่าการเจรจาทางอ้อมระหว่างสองประเทศผ่านผู้แทนจากโอมานและกาตาร์ยังคงดำเนินต่อไป แต่อิหร่านมองว่าท่าทีของสหรัฐฯ เป็นการ “ยกระดับการข่มขู่” โดยเฉพาะหลังจากที่ทรัมป์ถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์ปี 2558 (JCPOA) และกลับมาใช้มาตรการคว่ำบาตรอย่างหนักหน่วงอีกครั้งในปี 2561 ความไม่ไว้วางใจนี้เป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเจรจาในปัจจุบัน
การยกระดับข้อเรียกร้องของทรัมป์มีผลกระทบต่อโลกอย่างไร?
การเพิ่มความเข้มงวดของประธานาธิบดีทรัมป์ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงโครงการนิวเคลียร์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเปลี่ยนแปลงนโยบายตะวันออกกลางโดยรวมอีกด้วย รัฐบาลทรัมป์เรียกร้องให้อิหร่านยุติการพัฒนาโครงการขีปนาวุธที่มีพิสัยไกลกว่า 2,000 กิโลเมตร ซึ่งสามารถคุกคามอิสราเอลและฐานทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาคได้ นอกจากนี้ ทรัมป์ยังยื่นคำขาดให้อิหร่านยุติการสนับสนุนกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนและกลุ่มฮูตีในเยเมน มิฉะนั้นจะเผชิญกับมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจที่รุนแรงยิ่งขึ้น ซึ่งรวมถึงการจำกัดการส่งออกน้ำมันของอิหร่านเป็นศูนย์อย่างเต็มรูปแบบ
การเจรจาที่ล้มเหลวอาจนำไปสู่วิกฤตพลังงานโลกครั้งใหญ่ เนื่องจากอิหร่านเป็นหนึ่งในผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของโลก โดยมีกำลังการผลิตประมาณ 3.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน หากการส่งออกของอิหร่านถูกตัดขาด ราคาน้ำมันดิบอาจทะยานขึ้นเกิน 120 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งจะซ้ำเติมภาวะเงินเฟ้อในหลายประเทศ การเคลื่อนไหวของกองทัพเรือสหรัฐฯ ในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันคิดเป็น 20% ของอุปทานโลก ก็ทวีความตึงเครียดมากขึ้น
มุมมองของประธานาธิบดีกาลีบาฟต่อความไว้วางใจในเวทีโลก
ประธานาธิบดีโมฮัมหมัด บาเกร์ กาลีบาฟ ซึ่งเป็นนักการเมืองสายอนุรักษ์นิยมและอดีตผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) กล่าวถึงประเด็นความไว้วางใจอย่างตรงไปตรงมา เขาเปิดเผยต่อสื่อมวลชนในกรุงเตหะรานว่า “สหรัฐอเมริกาไม่เคยรักษาคำพูดของตน พวกเขาสร้าง JCPOA ขึ้นมาเพื่อรื้อถอนมันในอีกไม่กี่ปีต่อมา ดังนั้นเราไม่สามารถเชื่อได้ว่าพวกเขาจะปฏิบัติตามข้อตกลงใดๆ ที่เราทำขึ้นในวันนี้ เงื่อนไขใหม่ๆ ของนายทรัมป์เป็นเพียงข้ออ้างเพื่อกดดันเราให้ยอมจำนนอย่างไม่มีเงื่อนไข”
กาลีบาฟยังได้ยกตัวอย่างความล้มเหลวในอดีต ซึ่งรวมถึงการที่สหรัฐฯ ถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์ในปี 2561 แม้ว่าอิหร่านจะปฏิบัติตามเงื่อนไขทั้งหมดตามรายงานของ IAEA (ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ) mbk slot ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ ถึง 15 ครั้งแล้วก็ตาม เขากล่าวต่อว่า “การที่สหรัฐฯ กลับมาคว่ำบาตรเราอีกครั้งหลังจากถอนตัว แสดงให้เห็นว่าพวกเขาไม่สามารถเป็นหุ้นส่วนที่เชื่อถือได้” ความไม่ไว้วางใจในระดับสูงนี้ทำให้การเจรจาในรอบนี้ยากยิ่งกว่าในอดีตที่ผ่านมา
เส้นเวลาความสัมพันธ์สหรัฐฯ-อิหร่าน: จากข้อตกลงสู่ความขัดแย้ง
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนถึงความไม่ไว้วางใจที่ยืดเยื้อ ตารางด้านล่างแสดงไทม์ไลน์สำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นปัจจัยที่ผลักดันให้เกิดวิกฤตในปัจจุบัน
| ปี (ค.ศ.) | เหตุการณ์สำคัญ | ผลกระทบ |
|---|
| --- | --- | --- |
|---|
| 2015 | การลงนาม JCPOA (ข้อตกลงนิวเคลียร์) ระหว่างอิหร่านและ P5+1 | อิหร่านจำกัดโครงการนิวเคลียร์แลกกับการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร |
|---|
| 2018 | สหรัฐฯ ถอนตัวจาก JCPOA ภายใต้ประธานาธิบดีทรัมป์ | สหรัฐฯ กำหนดมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านแบบ “สูงสุด” ส่งผลให้อิหร่านเริ่มละเมิดข้อตกลงนิวเคลียร์ในปีต่อมา |
|---|
| 2020 | การลอบสังหารนายพลคาเซม โซเลย์มานี ของสหรัฐฯ ในอิรัก | ความตึงเครียดถึงจุดสูงสุด อิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในอิรัก |
|---|
| 2021-2023 | การเจรจาฟื้นฟู JCPOA ในกรุงเวียนนาล้มเหลวหลายครั้ง | อิหร่านเพิ่มระดับการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมเป็น 60% ซึ่งใกล้เคียงระดับอาวุธ |
|---|
| 2025 | ประธานาธิบดีทรัมป์กลับมาดำรงตำแหน่งอีกครั้งและยกระดับนโยบายกดดันสูงสุด | อิหร่านปฏิเสธการเจรจาโดยตรง ยืนยันการเจรจาทางอ้อมผ่านประเทศกลาง |
|---|
| 2026 (ปัจจุบัน) | อิหร่านประกาศไม่ไว้วางใจสหรัฐฯ หลังทรัมป์เพิ่มเงื่อนไขใหม่ | เสี่ยงต่อการปิดช่องแคบฮอร์มุซและวิกฤตน้ำมันโลก |
|---|
ตารางนี้สะท้อนให้เห็นว่าโมเมนตัมของความขัดแย้งยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่มีสัญญาณของการผ่อนคลายในระยะใกล้นี้
ผลกระทบต่อช่องแคบฮอร์มุซและราคาน้ำมันดิบโลก
แหล่งข่าวจาก Bloomberg รายงานว่าสถานการณ์ดังกล่าวกำลังส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินและราคาน้ำมันดิบโลกอย่างรุนแรง หลังจากอิหร่านขู่ว่าจะปิดช่องแคบฮอร์มุซหากสหรัฐฯ ใช้มาตรการคว่ำบาตรอย่างรุนแรงเกินไป ราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งขึ้นสูงกว่า 115 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี โดยเพิ่มขึ้น 8.5% ภายในสัปดาห์เดียว
ช่องแคบฮอร์มุซซึ่งมีความกว้างเพียง 33 กิโลเมตร เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่เรือบรรทุกน้ำมันประมาณ 17 ล้านบาร์เรลต่อวันต้องผ่าน การปิดช่องแคบนี้แม้เพียงชั่วคราวจะทำให้ราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้นทั่วโลก play n go slot ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ ประเทศในเอเชีย เช่น จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ซึ่งพึ่งพานำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลาง จะได้รับผลกระทบหนักที่สุด กองทัพเรือสหรัฐฯ ร่วมกับพันธมิตรได้เพิ่มการลาดตระเวนในพื้นที่ดังกล่าวเพื่อป้องปรามการปิดช่องแคบ แต่คำขู่ของอิหร่านยังคงสร้างความวิตกกังวลในหมู่นักลงทุน
ความขัดแย้งอิสราเอล-ฮิซบอลเลาะห์เป็นตัวแปรสำคัญ
ประเด็นที่ทำให้การเจรจาซับซ้อนยิ่งขึ้นคือความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ที่ทวีความรุนแรงขึ้นในเลบานอนตอนใต้ ซึ่งกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ได้ยิงจรวดหลายสิบลูกเข้าใส่อิสราเอลในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 6 ราย ขณะที่อิสราเอลตอบโต้ด้วยการโจมตีทางอากาศใส่เป้าหมายของกลุ่มดังกล่าวในเลบานอน สร้างความเสียหายอย่างหนัก
ข้อเรียกร้องของทรัมป์ที่ให้อิหร่านยุติการสนับสนุนฮิซบอลเลาะห์ ส่งผลให้เตหะรานเห็นว่าสหรัฐฯ กำลังพยายามทำลายเครือข่ายอิทธิพลในภูมิภาคของตน และแหล่งข่าวจาก Al Jazeera ยืนยันว่าผู้นำอิหร่านมองว่าการเจรจาภายใต้สถานการณ์นี้เป็น “การยอมจำนน” มากกว่าการเจรจาทางการทูต ความรุนแรงที่ปะทุขึ้นในแนวรบเลบานอน-อิสราเอลอาจลุกลามเป็นสงครามเต็มรูปแบบ ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อเสถียรภาพของตะวันออกกลางทั้งหมด
การทูตระหว่างประเทศและบทบาทของไทย
ในเวทีระหว่างประเทศ หลายประเทศรวมถึงไทยกำลังจับตาสถานการณ์นี้อย่างใกล้ชิด ไทยซึ่งนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางถึง 60% ของมูลค่าการนำเข้าน้ำมันทั้งหมด มีความเสี่ยงสูงหากราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นหรือเกิดการขาดแคลนอุปทาน กระทรวงพลังงานของไทยได้เริ่มหารือกับประเทศผู้ผลิต เช่น ซาอุดีอาระเบีย เพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน
นายกรัฐมนตรีของไทยได้ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 เรียกร้องให้ทุกฝ่าย “ใช้ความยับยั้งชั่งใจและกลับสู่โต๊ะเจรจาโดยเร็ว” penny slot machines free slots ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบทางเศรษฐกิจโลก อย่างไรก็ตาม อิหร่านและสหรัฐฯ ยังคงยืนหยัดในจุดยืนของตน ทำให้ความหวังในการหาข้อยุติโดยสันติในระยะใกล้ยังคงริบหรี่ ท่ามกลางเสียงวิจารณ์จากนานาชาติที่เพิ่มขึ้น
FAQ (คำถามที่พบบ่อย)
Q1: เหตุใดอิหร่านจึงไม่ไว้วางใจสหรัฐอเมริกาในการเจรจาครั้งนี้?
A1: อิหร่านกล่าวหารัฐบาลสหรัฐฯ ว่าสร้างความเสียหายต่อความน่าเชื่อถือหลังจากถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์ JCPOA ในปี 2018 โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แม้ว่าทบวงพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) จะยืนยันถึง 15 ครั้งว่าอิหร่านปฏิบัติตามข้อตกลงดังกล่าวอย่างเคร่งครัดก็ตาม การกลับมาใช้มาตรการคว่ำบาตรหลังจากถอนตัวทำให้อิหร่านมองว่าสหรัฐฯ ไม่ใช่คู่เจรจาที่สามารถเชื่อถือได้ และเงื่อนไขใหม่ที่ทรัมป์เพิ่มเติม เช่น การยุติโครงการขีปนาวุธและสนับสนุนกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ถือเป็นการ “ยื่นคำขาด” ที่กดดันจนเกินไป
Q2: สถานการณ์นี้กระทบต่อราคาน้ำมันและเศรษฐกิจโลกอย่างไร?
A2: อิหร่านคุกคามที่จะปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันประมาณ 20% ของโลก หากถูกกดดันมากเกินไป ราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งขึ้นสูงกว่า 115 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี เพิ่มขึ้น 8.5% ภายในสัปดาห์เดียว ประเทศที่พึ่งพาน้ำมันนำเข้า เช่น จีน ญี่ปุ่น และไทย จะได้รับผลกระทบรุนแรงจากทั้งราคาที่สูงขึ้นและความเสี่ยงด้านอุปทาน ซึ่งอาจซ้ำเติมปัญหาเงินเฟ้อที่หลายประเทศกำลังเผชิญอยู่
บทสรุปและแนวโน้มในอนาคต
การประกาศไม่ไว้วางใจสหรัฐของอิหร่านครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำว่าเส้นทางสู่การแก้ไขปัญหานิวเคลียร์และความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงเต็มไปด้วยความท้าทาย การเจรจาเรื่องนิวเคลียร์ของอิหร่านยังมีความไม่แน่นอนสูง ขณะที่ทรัมป์ยกระดับข้อเรียกร้อง และกาลีบาฟยืนกรานที่จะปกป้องสิทธิของชาติโดยไม่ยอมลดทอน หากไม่มีความคิดริเริ่มทางการทูตที่สร้างสรรค์จากบุคคลที่สาม สถานการณ์อาจลุกลามไปสู่ความขัดแย้งโดยตรง ซึ่งจะส่งผลกระทบร้ายแรงต่อเศรษฐกิจโลกและเสถียรภาพด้านพลังงานในระยะยาว

บทความที่เกี่ยวข้อง - oishi delights apk
ตามรายงานของ AFP อิหร่านประกาศไม่ไว้วางใจสหรัฐ หลังทรัมป์เพิ่มเงื่อนไขโครงการนิวเคลียร์ กาลีบาฟย้ำว่าต้องรักษาสิทธิ์ของชาติโดยสมบูรณ์ สถานการณ์เสี่ยงกระทบราคาน้