รมว.กลาโหมญี่ปุ่นโต้กลับจีนในเวทีความมั่นคง Shangri-La Dialogue

รมว.กลาโหมญี่ปุ่นโต้กลับจีนในเวทีความมั่นคง Shangri-La Dialogue

รมว.กลาโหมญี่ปุ่นโต้... ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของญี่ปุ่น ชินจิโร โคอิซูมิ กล่าวปราศรัยในการประชุมด้านความมั่นคงระดับสูง (Shangri-La Dialogue) ที่ประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 โดยส่งสัญญาณชัดเจนถึงการเดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งทางทหารของญี่ปุ่น แม้จีนจะออกมาวิพากษ์วิจารณ์นโยบายดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ตามรายงานของ Bangkok Post และ AFP คำกล่าวของโคอิซูมิถือเป็นการตอบโต้โดยตรงต่อจีน พร้อมกับย้ำถึงพันธมิตรที่แน่นแฟ้นกับฟิลิปปินส์ในทะเลจีนใต้ ท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก

การตอบโต้ของญี่ปุ่นต่อท่าทีเชิงรุกของจีน

ในการประชุม Shangri-La Dialogue ซึ่งเป็นการประชุมด้านความมั่นคงที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย รัฐมนตรีโคอิซูมิได้กล่าวโดยไม่ได้เอ่ยชื่อจีน แต่กล่าวว่า "บางประเทศใช้กำลังทหารเพื่อเปลี่ยนแปลงสถานภาพที่เป็นอยู่" ซึ่งเป็นการโจมตีทางอ้อมถึงการขยายอิทธิพลทางทหารของจีนในทะเลจีนใต้ แหล่งข่าวจาก AFP ยืนยันว่าคำกล่าวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจีนแสดงความไม่พอใจต่องบประมาณด้านกลาโหมของญี่ปุ่นที่เพิ่มขึ้นถึง 26% ในปีงบประมาณ 2568 โดยญี่ปุ่นมีแผนที่จะเพิ่มการใช้จ่ายทางทหารเป็น 2% ของ GDP ภายในปี 2570 ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดในนโยบายกลาโหมของญี่ปุ่นนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง โคอิซูมิระบุว่า "ความปลอดภัยของญี่ปุ่นไม่อาจแยกออกจากความมั่นคงของภูมิภาคได้" และญี่ปุ่นจะยังคงเสริมสร้างขีดความสามารถในการป้องกันประเทศของตนต่อไป

การเสริมสร้างพันธมิตรด้านกลาโหมระหว่างญี่ปุ่น-ฟิลิปปินส์

จุดสำคัญอีกประการหนึ่งในการปราศรัยของโคอิซูมิคือการเน้นย้ำความสัมพันธ์ด้านกลาโหมกับฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นแนวหน้าสำคัญในการเผชิญหน้ากับจีนในทะเลจีนใต้ ญี่ปุ่นได้ลงนามข้อตกลง Reciprocal Access Agreement (RAA) กับฟิลิปปินส์ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2567 ซึ่งอนุญาตให้กองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่นสามารถเข้าร่วมการฝึกซ้อมร่วมในดินแดนฟิลิปปินส์ได้ ตามรายงานของ Reuters ระบุว่าญี่ปุ่นได้มอบเรือตรวจการณ์ความเร็วสูงจำนวน 5 ลำให้กับกองทัพเรือฟิลิปปินส์ และให้คำมั่นว่าจะสนับสนุนโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในพื้นที่พิพาท เพื่อลดการพึ่งพาเรือพลังงานของจีน การกระทำดังกล่าวสะท้อนถึงยุทธศาสตร์ของญี่ปุ่นในการสร้าง "แนวร่วมประเทศชายฝั่ง" (coalition of like-minded coastal states) เพื่อตอบโต้การอ้างสิทธิ์ทางทะเลของจีน

การวิพากษ์วิจารณ์จากจีนและความตึงเครียดในไต้หวัน

จีนตอบโต้คำกล่าวของโคอิซูมิอย่างรวดเร็ว โดยโฆษกกระทรวงกลาโหมจีนระบุว่า "ญี่ปุ่นกำลังใช้ข้ออ้างเรื่องความมั่นคงเพื่อสร้างกำลังทหารของตน ซึ่งเป็นอันตรายต่อสันติภาพในเอเชีย" ฝ่ายจีนอ้างถึงประวัติศาสตร์การรุกรานของญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง และกล่าวว่าญี่ปุ่นควรยึดมั่นในบทบาททางทหารที่จำกัดภายใต้รัฐธรรมนูญมาตรา 9 ซึ่งเคร่งครัดมาโดยตลอด นอกจากนี้ จีนยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับแผนการของญี่ปุ่นในการติดตั้งขีปนาวุธพิสัยไกลบนเกาะทางใต้ของหมู่เกาะริวกิว ซึ่งจะช่วยให้ญี่ปุ่นสามารถโจมตีเป้าหมายบนแผ่นดินใหญ่ของจีนได้ ในประเด็นไต้หวัน โคอิซูมิกล่าวว่า "เสถียรภาพในช่องแคบไต้หวันเป็นเรื่องที่ญี่ปุ่นไม่อาจเพิกเฉย" ซึ่งเป็นมุมมองที่สอดคล้องกับสหรัฐฯ และสร้างความไม่พอใจอย่างยิ่งแก่จีนที่อ้างว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน

ตารางเปรียบเทียบนโยบายด้านกลาโหมของญี่ปุ่นที่เปลี่ยนแปลงไป

รายการก่อนปี 2565หลังปี 2565 จนถึงปัจจุบัน
---------
งบประมาณกลาโหมต่ำกว่า 1% ของ GDPเพิ่มเป็น 2% ของ GDP ภายในปี 2570
ความสามารถในการโจมตีฐานทัพข้าศึกไม่มีมีแผนติดตั้งขีปนาวุธพิสัยไกล 1,000 ลูก
การส่งออกอาวุธจำกัดอย่างมากผ่อนคลายกฎเกณฑ์ สามารถส่งออกได้มากขึ้น
การเข้าร่วมข้อตกลง RAAไม่มีมีกับฟิลิปปินส์และกำลังขยายกับออสเตรเลีย
การมีส่วนร่วมในการป้องกันหมู่เกาะเซ็นคากุในระดับจำกัดมีการส่งเรือลาดตระเวนและอากาศยานเป็นประจำ
ความร่วมมือกับสหรัฐฯเป็นพันธมิตรหลักเพิ่มการฝึกซ้อมร่วมและการแบ่งปันข้อมูลข่าวกรองมากขึ้น

ที่มา: ข้อมูลจากกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่นและรายงานของ Reuters

ปฏิกิริยาจากมหาอำนาจอื่นในภูมิภาค

นอกเหนือจากจีนแล้ว การปราศรัยของโคอิซูมิยังได้รับความสนใจจากประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค เกาหลีใต้ซึ่งเป็นพันธมิตรกับสหรัฐฯ เช่นกัน แสดงความกังวลเกี่ยวกับการแข่งขันทางอาวุธที่อาจเกิดขึ้นในเอเชียตะวันออก ขณะที่ออสเตรเลียซึ่งเตรียมลงนามข้อตกลง RAA กับญี่ปุ่น แสดงการสนับสนุน โดยรัฐมนตรีกลาโหมออสเตรเลียกล่าวว่า slot pg soft ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ "ญี่ปุ่นมีสิทธิ์ที่จะปกป้องตนเอง" อย่างไรก็ตาม บางประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น อินโดนีเซียและมาเลเซีย แสดงท่าทีระมัดระวัง โดยเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหลีกเลี่ยงการกระทำที่อาจนำไปสู่ความขัดแย้งในทะเลจีนใต้ ตามรายงานของ Bloomberg เปิดเผยว่ามีการเจรจาลับระหว่างสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และฟิลิปปินส์ ในการวางแผนร่วมกันตอบโต้เหตุการณ์ฉุกเฉินในทะเลจีนใต้ โดยคาดว่าจะมีการซ้อมรบขนาดใหญ่ในเดือนสิงหาคม 2569

การตอบสนองของสหรัฐฯ และบทบาทในภูมิภาค

สหรัฐฯ ซึ่งเป็นเจ้าภาพร่วมในการประชุม Shangri-La Dialogue กับสิงคโปร์ แสดงการสนับสนุนอย่างเต็มที่ต่อจุดยืนของญี่ปุ่น รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ กล่าวปราศรัยในวันเดียวกับโคอิซูมิ โดยย้ำถึงความมุ่งมั่นของสหรัฐฯ ในการรักษาเสถียรภาพในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก และชื่นชมญี่ปุ่นที่เพิ่มบทบาททางทหารของตน โดยระบุว่า "ญี่ปุ่นกำลังเป็นผู้เล่นที่รับผิดชอบมากขึ้นในเวทีโลก" สหรัฐฯ มีกำลังทหารประจำการในญี่ปุ่นประมาณ 54,000 นาย ซึ่งกระจายอยู่ในฐานทัพต่างๆ ทั่วญี่ปุ่น โดยเฉพาะในโอกินาวา ความร่วมมือทางทหารระหว่างสหรัฐฯ และญี่ปุ่นครอบคลุมตั้งแต่การป้องกันขีปนาวุธไปจนถึงการแบ่งปันเทคโนโลยีทางทหารล่าสุด ซึ่งรวมถึงระบบเรดาร์ Aegis และเครื่องบินขับไล่ F-35

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับนโยบายกลาโหมของญี่ปุ่น

Q1: การเพิ่มงบประมาณกลาโหมของญี่ปุ่นขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 9 หรือไม่?

A1: รัฐบาลญี่ปุ่นยืนยันว่าการเพิ่มงบประมาณกลาโหมเพื่อป้องกันตนเองไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 9 ซึ่งกำหนดให้ญี่ปุ่นสละสงครามเป็นวิธีการระงับข้อพิพาทระหว่างประเทศ อย่างไรก็ตาม การตีความนี้ถูกขยายให้กว้างขึ้นตั้งแต่ปี 2558 slot8888 ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ เพื่ออนุญาตให้ญี่ปุ่นใช้กำลังทหารในการป้องกันพันธมิตร (collective self-defense) ในบางสถานการณ์ นักวิชาการด้านกฎหมายบางกลุ่มเห็นว่าการติดตั้งขีปนาวุธพิสัยไกลและการเพิ่มงบประมาณเป็น 2% ของ GDP เป็นการละเมิดเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ แต่รัฐบาลโต้แย้งว่าสิ่งเหล่านี้จำเป็นต่อการป้องกันตนเองในสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงที่เปลี่ยนไป

Q2: เหตุใดญี่ปุ่นจึงให้ความสำคัญกับฟิลิปปินส์ในยุทธศาสตร์การป้องกัน?

A2: ฟิลิปปินส์ตั้งอยู่ในตำแหน่งยุทธศาสตร์ในทะเลจีนใต้ ซึ่งเป็นเส้นทางการเดินเรือที่สำคัญสำหรับญี่ปุ่น โดยผ่านเส้นทางนี้มากกว่า 80% ของน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่ญี่ปุ่นนำเข้า การเสริมสร้างความร่วมมือกับฟิลิปปินส์ช่วยให้ญี่ปุ่นสามารถคานอำนาจกับจีนในทะเลจีนใต้ได้ โดยไม่ต้องเผชิญหน้ากับจีนโดยตรง นอกจากนี้ การลงนามข้อตกลง RAA กับฟิลิปปินส์ถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายความร่วมมือทางทหารของญี่ปุ่นนอกเหนือจากสหรัฐฯ ซึ่งเป็นการทดสอบว่าญี่ปุ่นสามารถปฏิบัติการทางทหารร่วมกับประเทศอื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด

นโยบายกลาโหมของญี่ปุ่นที่เข้มแข็งขึ้นภายใต้การนำของชินจิโร โคอิซูมิ สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในแนวทางของญี่ปุ่นต่อความมั่นคงระหว่างประเทศ ซึ่งเกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในเอเชีย slot free credit no deposit ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ การประชุม Shangri-La Dialogue ครั้งนี้ได้ตอกย้ำความแตกแยกที่ลึกลงระหว่างจีนและกลุ่มพันธมิตรที่นำโดยสหรัฐฯ ส่งผลให้ภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกมีความเสี่ยงที่จะเกิดความขัดแย้งมากขึ้น

poker kingdom win pc

บทความที่เกี่ยวข้อง - slot555 ทดลองเล่น ฟรี

รมว.กลาโหมญี่ปุ่น ชินจิโร โคอิซูมิ โต้กลับจีนในที่ประชุม Shangri-La Dialogue ย้ำเดินหน้าสร้างกำลังทหารและเสริมพันธมิตรกับฟิลิปปินส์ ท่ามกลางความตึงเครียดในทะเลจ

แท็กที่เกี่ยวข้อง:

แนะนำ

友情链接:

🔗 友站推荐

เซอร์วิส ออนไลน์
โซลูชัน ดิจิทัล
วิกิสล็อต
คู่มือคาสิโน
สารานุกรมเกม
เทรนด์วันนี้
แมกกาซีน
นิตยสารออนไลน์
ข่าวกีฬา
ข่าวบันเทิง