สิงคโปร์-เวียดนามออก... ข่าวล่าสุด
สิงคโปร์และเวียดนามได้ออกแถลงการณ์ร่วมเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 เพื่อแสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อผลกระทบของความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่มีต่อสันติภาพและเสถียรภาพทั่วโลก โดยทั้งสองประเทศให้คำมั่นที่จะกระชับความร่วมมือเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อตลาดพลังงานโลกและห่วงโซ่อุปทาน ตามรายงานของ 8world
## ผลกระทบของความขัดแย้งตะวันออกกลางต่อเศรษฐกิจโลก
ดร. ธัน เสี่ย เล้ง (Tan See Leng) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งกำกับดูแลด้านพลังงานและเทคโนโลยีของสิงคโปร์ และนายเล แมง ฮุง (Le Manh Hung) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าของเวียดนาม ได้ร่วมกันลงนามในแถลงการณ์ดังกล่าว โดยระบุว่าผลกระทบของความขัดแย้งในตะวันออกกลางนั้นขยายขอบเขตเกินกว่าเขตภูมิภาค ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อตลาดพลังงานโลกและห่วงโซ่อุปทาน
"ความตึงเครียดในตะวันออกกลางได้สร้างความผันผวนอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในตลาดพลังงาน และกำลังคุกคามเสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก" ดร. ธัน เสี่ย เล้ง กล่าว "ในขณะที่การค้าทวิภาคีระหว่างสิงคโปร์และเวียดนามมีมูลค่าถึง 31,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปีที่แล้ว ความร่วมมือที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นจึงเป็นสิ่งจำเป็น"
แหล่งข่าวจากสำนักข่าวรอยเตอร์ยืนยันว่าราคาน้ำมันดิบโลกปรับตัวสูงขึ้นกว่า 15% นับตั้งแต่ต้นปี 2569 เนื่องจากความไม่แน่นอนทางการเมืองในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการขนส่งและราคาสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
## เส้นทางเดินเรือและสิทธิในการเดินเรือ
แถลงการณ์ร่วมเน้นย้ำถึงความสำคัญของเส้นทางเดินเรือหลัก รวมถึงช่องแคบระหว่างประเทศ ซึ่งจำเป็นต้องคงไว้ซึ่งความเปิดกว้างและการสัญจรที่สะดวกสำหรับการค้าโลก การขนส่งพลังงาน และการทำงานของห่วงโซ่อุปทาน
ทั้งสองประเทศได้ย้ำถึงการสนับสนุนสิทธิในการเดินเรือและบินเหนือทะเลตามที่กำหนดไว้ในอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิทธิในการผ่านโดยเสรีและการขนส่งโดยไม่ถูกขัดขวาง
"เราไม่สามารถยอมให้ข้อขัดแย้งในภูมิภาคใดภูมิภาคหนึ่งมาทำลายรากฐานของการค้าโลกได้" รัฐมนตรีเล แมง ฮุง กล่าวในการแถลงข่าวร่วม "เส้นทางเดินเรือที่เสรีและปลอดภัยเป็นกระดูกสันหลังของความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจของเรา"
นายกรัฐมนตรีของสิงคโปร์และเวียดนามมีกำหนดหารือทวิภาคีในปลายเดือนมิถุนายนนี้เพ rocky slot ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ ื่อหารือรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรการรักษาความมั่นคงทางทะเล
## ความร่วมมือด้านพลังงานและความมั่นคงด้านน้ำมัน
แถลงการณ์ร่วมยังครอบคลุมถึงความร่วมมือด้านพลังงาน โดยทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะเร่งการให้สัตยาบันข้อตกลงที่เกี่ยวข้อง เช่น กรอบความตกลงว่าด้วยความมั่นคงด้านน้ำมันแห่งอาเซียน (ASEAN Petroleum Security Agreement) และความตกลงการค้าสินค้าอาเซียน (ASEAN Trade in Goods Agreement) ฉบับปรับปรุง
ความพยายามเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถของภูมิภาคในการรับมือกับแรงกระแทกทางเศรษฐกิจจากภายนอก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ
| ประเด็น | สถานะปัจจุบัน | เป้าหมาย |
|---|
| --- | --- | --- |
|---|
| มูลค่าการค้าทวิภาคี สิงคโปร์-เวียดนาม (ปี 2568) | 31,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ | เพิ่มขึ้นในปี 2569 |
|---|
| การให้สัตยาบัน ASEAN Petroleum Security Agreement | อยู่ระหว่างการพิจารณา | ให้แล้วเสร็จภายในปี 2569 |
|---|
| การลงนาม ASEAN Digital Economy Framework Agreement (DEFA) | เป้าหมายปี 2569 | ลงนามภายในสิ้นปี 2569 |
|---|
| การดำเนินการบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการค้าข้าว | มีผลบังคับใช้แล้ว | เร่งดำเนินการให้เป็นรูปธรรม |
|---|
แหล่งข่าวจากบลูมเบิร์กระบุว่าปริมาณการค้าพลังงานระหว่างอาเซียนกับตะวันออกกลางคิดเป็นสัดส่วนกว่า 30% ของการนำเข้าน้ำมันดิบของภูมิภาค ทำให้มาตรการรักษาความมั่นคงด้านพลังงานมีความสำคัญอย่างยิ่ง
## การค้าเสรีและกรอบความตกลงภูมิภาค
สิงคโปร์และเวียดนามให้คำมั่นที่จะส่งเสริมการค้าเสรีและการลงทุนที่หลากหลายผ่านการดำเนินการตามกรอบความตกลงการค้าเสรีอาเซียน+ (ASEAN+ FTAs) อย่างเต็มรูปแบบ ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) และการลงนามความตกลงกรอบความร่วมมือเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน (DEFA) ให้แล้วเสร็จภายในปีนี้
"กรอบความตกลงเหล่านี้จะช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์ ปรับปรุงมาตรการอำนวยความสะดวกทางการค้า และรับประกันว่าสนามบิน ท่าเรือ และโครงสร้างพื้นฐานทางการค้าที่สำคัญจะยังคงดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดการหยุดชะงักของการไหลเวียนทางการค้าให้น้อยที่สุด" แถลงการณ์ระบุ
นอกจากนี้ ทั้งสองประเทศยังเห็นพ้องที่จะสนับสนุนวิสาหกิจในภูมิภาค รวมถึงวิสาหกิจขนาดกลาง slot house ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ ขนาดย่อม และรายย่อย (MSMEs) เพื่อให้สามารถปรับตัวและเติบโตในสภาพแวดล้อมการค้าที่เปลี่ยนแปลงไป
## ความมั่นคงทางอาหารและข้อตกลงข้าว
ในด้านความมั่นคงทางอาหาร สิงคโปร์และเวียดนามให้คำมั่นที่จะเร่งรัดการดำเนินการตามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือทางการค้าข้าว โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการหลีกเลี่ยงมาตรการจำกัดที่ไม่จำเป็น เพื่อให้มั่นใจว่าการจัดหาสินค้าอาหารที่สำคัญอย่างข้าวจะมีเสถียรภาพ
"การหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานอาหารอาจนำไปสู่ภาวะเงินเฟ้อและความไม่มั่นคงทางสังคม" ดร. ธัน เสี่ย เล้ง กล่าวเสริม "เราจะทำงานร่วมกันเพื่อให้แน่ใจว่าห่วงโซ่อุปทานอาหารยังคงแข็งแรง และราคาอาหารยังคงสามารถจับต้องได้สำหรับประชาชนของเรา"
อินโดนีเซีย มาเลเซีย และไทย ซึ่งเป็นผู้ผลิตข้าวรายใหญ่ของอาเซียน ต่างก็แสดงความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของความขัดแย้งในตะวันออกกลางต่อการส่งออกข้าวเช่นกัน โดยมีรายงานจากสำนักข่าวเอเอฟพีว่าราคาข้าวในตลาดโลกพุ่งขึ้นถึง 8% ในเดือนที่แล้ว
## ความร่วมมือในอนาคตภายใต้กฎบัตรสหประชาชาติ
แถลงการณ์ร่วมระบุอย่างชัดเจนว่าสิงคโปร์และเวียดนามจะยังคงร่วมมือกันเพื่อรักษาเสถียรภาพของภูมิภาคและเสริมสร้างความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของโลกที่เพิ่มสูงขึ้น
ทั้งสองฝ่ายย้ำถึงการสนับสนุนระเบียบระหว่างประเทศบนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศและกฎบัตรสหประชาชาติ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการแก้ไขความขัดแย้งด้วยสันติวิธีและการเคารพอธิปไตยของประเทศต่างๆ
การประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งต่อไปในเดือนพฤศจิกายน 2569 คาดว่าจะมีการหารือในรายละเอียดเพิ่มเติม pg pocket games slot ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ โดยสิงคโปร์และเวียดนามจะนำเสนอแถลงการณ์ร่วมนี้เป็นพื้นฐานสำหรับการหารือระดับภูมิภาค
FAQ
Q1: อะไรคือสาเหตุหลักที่ทำให้สิงคโปร์และเวียดนามต้องออกแถลงการณ์ร่วมเกี่ยวกับห่วงโซ่อุปทาน?
A1: สาเหตุหลักมาจากความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อตลาดพลังงานโลกและเสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทาน โดยเฉพาะเส้นทางเดินเรือสำคัญที่ใช้ในการขนส่งน้ำมันและสินค้า สิงคโปร์และเวียดนามต้องการแสดงจุดยืนร่วมกันในการปกป้องการค้าโลกและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของภูมิภาค โดยอ้างอิงจากรายงานของ 8world และรอยเตอร์
Q2: ข้อตกลงใดบ้างที่ทั้งสองประเทศจะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จ?
A2: ทั้งสองประเทศจะเร่งดำเนินการให้สัตยาบันกรอบความตกลงว่าด้วยความมั่นคงด้านน้ำมันแห่งอาเซียน (ASEAN Petroleum Security Agreement) และความตกลงการค้าสินค้าอาเซียน (ASEAN Trade in Goods Agreement) ฉบับปรับปรุง รวมถึงการลงนามความตกลงกรอบความร่วมมือเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน (DEFA) ให้แล้วเสร็จภายในปี 2569 นอกจากนี้ยังจะเร่งรัดการดำเนินการตามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือทางการค้าข้าวเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร
ความพยายามของสิงคโปร์และเวียดนามในการรักษาเสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทานและส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาค สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นร่วมกันในการรับมือกับความท้าทายระดับโลก และสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนท่ามกลางความไม่แน่นอนระหว่างประเทศ
บทความที่เกี่ยวข้อง - fortune dragon ดาวน์โหลด
สิงคโปร์และเวียดนามออกแถลงการณ์ร่วม 29 พฤษภาคม 2569 แสดงความกังวลผลกระทบตะวันออกกลางต่อห่วงโซ่อุปทานและตลาดพลังงานโลก ทั้งสองประเทศให้คำมั่นปกป้องเส้นทางเดินเรื