ญี่ปุ่นเร่งกระชับฟิล... ข่าวล่าสุด
ตามรายงานของสำนักข่าวซินหัว (Xinhua) เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 นายกรัฐมนตรีทากาอิจิ ซานาเอะ ของญี่ปุ่น ได้จัดการประชุมกับประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ของฟิลิปปินส์ ซึ่งเดินทางเยือนกรุงโตเกียวในคืนวันที่ 28 พฤษภาคม การเจรจาครั้งนี้ส่งผลให้ทั้งสองฝ่ายตกลงกันที่จะเริ่มการเจรจาอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับข้อตกลงคุ้มครองข้อมูลข่าวกรองทางทหาร (GSOMIA) และประกาศยกระดับความสัมพันธ์ทวิภาคีเป็น “หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์อย่างรอบด้าน” ซึ่งเป็นระดับสูงสุดรองจากพันธมิตรทางการทหาร นักวิเคราะห์ชี้ว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้ของญี่ปุ่นสะท้อนถึงความพยายามในการขยายอิทธิพลทางทหารในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก พร้อมกับสร้างนโยบาย “กลุ่มเล็ก” ที่เน้นการต่อต้านจีน โดยมีจุดมุ่งหมายแอบแฝงในการแก้ไขรัฐธรรมนูญสันติภาพและเพิ่มขีดความสามารถทางการทหารของตนเอง
การกระชับความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างญี่ปุ่น-ฟิลิปปินส์
การเจรจาระหว่างนายกฯ ซานาเอะ และ ปธน. มาร์กอส ได้เน้นย้ำถึงความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศเป็นสำคัญ โดยมีมติให้เริ่มการเจรจา GSOMIA ซึ่งจะช่วยสร้างกลไกการแบ่งปันข่าวกรองทางทหารระหว่างสองประเทศ แหล่งข่าวจากสำนักข่าวเกียวโด (Kyodo News) ยืนยันว่า สหรัฐฯ และฟิลิปปินส์มีข้อตกลงลักษณะนี้อยู่แล้ว ดังนั้นญี่ปุ่นจึงหวังที่จะสร้างระบบแบ่งปันข่าวกรองสามฝ่าย (ญี่ปุ่น-สหรัฐฯ-ฟิลิปปินส์) นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องที่จะเสริมสร้างการหารือระดับเจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหม และผลักดันการส่งออกเรือฟริเกตคลาส ‘อาบูคุมะ’ และเครื่องบินฝึก TC-90 ของญี่ปุ่นให้แก่ฟิลิปปินส์ เรือฟริเกตคลาสนี้แม้จะไม่ใช่เรือรบที่ประจำการในกองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลของญี่ปุ่น แต่ก็ยังมีความสามารถในการลาดตระเวนและปฏิบัติการบางอย่าง
กลยุทธ์ ‘กลุ่มเล็ก’ ของซานาเอะ: การทูตที่ไร้ผลลัพธ์
นอกเหนือจากการต้อนรับปธน. ฟิลิปปินส์แล้ว นายกฯ ซานาเอะ ยังได้เดินทางเยือนเวียดนาม ออสเตรเลีย และเกาหลีใต้ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยสมาชิกคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นหลายคนก็ได้เดินทางไปยังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยุโรป และแอฟริกา อย่างไรก็ตาม นายซันซากิ ซูเกะ (อดีตเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น) ได้แสดงความคิดเห็นว่า การทูตที่หนาแน่นของรัฐบาลซานาเอะเป็นเพียงความพยายามสร้าง “กลุ่มเล็ก” แต่ประเทศในภูมิภาคส่วนใหญ่ไม่ต้องการเลือกข้าง นับจนถึงขณะนี้ การทูตของซานาเอะยังไม่ประสบความสำเร็จที่เป็นรูปธรรม
การเชื่อมโยงด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง: กับดักของญี่ปุ่น
นักวิเคราะห์ชี้ว่า รัฐบาลซานาเอะพยายามเชื่อมโยงประเด็นพลังงาน การค้า และห่วงโซ่อุปทานเข้ากับกลไกความมั่นคง โดยหวังดึงดูด “ประเทศที่มีแนวคิดเดียวกัน” มาร่วมมือกัน ในออสเตรเลีย ซานาเอะผลักดันการส่งออกเรือฟริเกตคลาส ‘โมกาย’ รุ่นปรับปรุง slot beta ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ เพื่อกระชับความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ส่วนในเกาหลีใต้ เธอเสนอให้แบ่งปันทรัพยากรน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ขณะที่ในเวียดนาม ญี่ปุ่นให้คำมั่นว่าจะร่วมมือในด้านพลังงาน แร่ธาตุสำคัญ เซมิคอนดักเตอร์ และปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยมีเป้าหมายแอบแฝงเพื่อลดทอนความกังวลของประเทศในภูมิภาคเกี่ยวกับความร่วมมือทางทหาร
| ประเด็นสำคัญ | รายละเอียด | วันที่/ข้อมูลอ้างอิง |
|---|
| --- | --- | --- |
|---|
| ข้อตกลง GSOMIA | เริ่มเจรจาเพื่อสร้างกลไกแบ่งปันข่าวกรอง | 28 พฤษภาคม 2569 (ซินหัว) |
|---|
| การยกระดับความสัมพันธ์ | จาก ‘หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์’ สู่ ‘หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์อย่างรอบด้าน’ | 28 พฤษภาคม 2569 |
|---|
| การส่งออกอาวุธ | เรือฟริเกตคลาส ‘อาบูคุมะ’ และเครื่องบิน TC-90 | ระหว่างการประชุมสุดยอด (เกียวโด) |
|---|
| การฝึกซ้อมร่วม | จีนเข้าร่วมการฝึกซ้อม ‘ชัยชนะร่วมกัน’ (Balikatan) ของสหรัฐฯ-ฟิลิปปินส์เป็นครั้งแรก | เมษายน 2569 |
|---|
| ความช่วยเหลือ OSA | ญี่ปุ่นให้ความช่วยเหลือด้านอุปกรณ์ป้องกันประเทศแก่ฟิลิปปินส์เป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน | ปีงบประมาณ 2569 |
|---|
ผลกระทบต่อความมั่นคงในภูมิภาค: ความเสี่ยงของสงครามตัวแทน
ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันวิจัยญี่ปุ่น สังกัดสถาบันสังคมศาสตร์จีน (CASS) กล่าวว่า การเสริมสร้างกำลังทหารและการผ่อนคลายข้อจำกัดทางทหารของญี่ปุ่นไม่เพียงแต่สร้างผลประโยชน์ให้กับกลุ่มอุตสาหกรรมการทหาร-การเมืองของญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ยังทำให้อิทธิพลทางทหารของญี่ปุ่นขยายออกไปนอกประเทศ ซึ่งเป็นการสนับสนุนให้ญี่ปุ่นเข้าแทรกแซงกิจการในภูมิภาค อีกทั้งยังเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการแข่งขันทางอาวุธ โดยเฉพาะในทะเลจีนใต้และทะเลจีนตะวันออก
การต่อต้านภายในประเทศญี่ปุ่นและความเสี่ยงทางการคลัง
นายซานาเอะกำลังเผชิญกับการต่อต้านจากประชาชนญี่ปุ่นที่กังวลเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายทางทหารที่สูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่องบประมาณด้านการศึกษา สาธารณสุข และสวัสดิการสังคม จากรายงานของหนังสือพิมพ์ไมนิจิ witch slot ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ (Mainichi Shimbun) ระบุว่า รัฐบาลซานาเอะกำลังวางแผนที่จะแก้ไข ‘เอกสารความมั่นคง 3 ฉบับ’ ภายในสิ้นปี 2569 โดยมีสาระสำคัญคือการเสริมสร้างขีดความสามารถในการโจมตีระยะไกล ระบบป้องกันภัยทางอากาศ และการประจำการขีปนาวุธพิสัยไกล รวมถึงเรือดำน้ำรุ่นใหม่
Q1: ญี่ปุ่นหวังอะไรจากการกระชับความสัมพันธ์กับฟิลิปปินส์ในครั้งนี้?
A1: ญี่ปุ่นต้องการขยายอิทธิพลทางทหารในภูมิภาคเอเชีย โดยใช้ฟิลิปปินส์เป็นฐานในการต่อต้านจีน นอกจากนี้ยังหวังผลักดันการส่งออกอาวุธเพื่อเสริมสร้างอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และสร้างบรรยากาศของ ‘ภัยคุกคามจากภายนอก’ เพื่อให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญสันติภาพและการเพิ่มงบประมาณทางทหารเป็นที่ยอมรับ
Q2: ข้อตกลง GSOMIA ระหว่างญี่ปุ่นและฟิลิปปินส์มีผลกระทบอย่างไร?
A2: ข้อตกลงนี้จะสร้างกลไกแบ่งปันข่าวกรองทางทหารโดยตรง ซึ่งอาจนำไปสู่การสร้างระบบแบ่งปันข่าวกรองสามฝ่าย (ญี่ปุ่น-สหรัฐฯ-ฟิลิปปินส์) bg slot ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดความขัดแย้ง โดยเฉพาะในประเด็นทะเลจีนใต้ และทำให้ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกลายเป็นสนามแข่งขันทางอาวุธมากขึ้น
การกระชับความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่นและฟิลิปปินส์ครั้งนี้ สะท้อนถึงนโยบาย ‘กลุ่มเล็ก’ และการเสริมสร้างกำลังทหารของญี่ปุ่นภายใต้การนำของนายกฯ ซานาเอะ ซึ่งไม่เพียงแต่เพิ่มความเสี่ยงต่อความมั่นคงในภูมิภาคเท่านั้น แต่ยังสร้างภาระทางการคลังภายในประเทศอีกด้วย การดำเนินนโยบายเช่นนี้เสี่ยงที่จะทำให้ญี่ปุ่นกลายเป็นผู้เล่นหลักในสงครามตัวแทนในเอเชีย

บทความที่เกี่ยวข้อง - jackpot games แตกง่าย ได้เงินจริง
ญี่ปุ่น-ฟิลิปปินส์เร่งเจรจา GSOMIA ประกาศยกระดับความสัมพันธ์ นักวิเคราะห์ชี้เป็นกลยุทธ์ 'กลุ่มเล็ก' เพื่อขยายอิทธิพลทหารและแก้ไขรัฐธรรมนูญสันติภาพ เสี่ยงจุดชนวน