รถไฟไทยเปิดโบกี้ละหมาดสายใต้ รับอีดิลอัฎฮา ผู้โดยสารมุสลิมเฮ

รถไฟไทยเปิดโบกี้ละหมาดสายใต้ รับอีดิลอัฎฮา ผู้โดยสารมุสลิมเฮ

รถไฟไทยเปิดโบกี้ละหม... ข่าวล่าสุด

การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดตัวบริการใหม่ด้วยการดัดแปลงโบกี้โดยสารชั้นสามจำนวนหนึ่งให้เป็น "โบกี้ละหมาด" หรือรถPrayer Car สำหรับผู้โดยสารมุสลิม บนเส้นทางสายใต้โดยเฉพาะ โดยเริ่มให้บริการอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันศุกร์ที่ 14 มิถุนายน 2567 ซึ่งตรงกับช่วงเทศกาลสำคัญทางศาสนาอิสลาม คือวันอีดิลอัฎฮา (Eid al-Adha) หรือวันไก่เนื้อ ตามรายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์ (Reuters) การปรับเปลี่ยนครั้งนี้ถือเป็นนวัตกรรมใหม่ในประวัติศาสตร์การขนส่งทางรางของไทย เพื่อตอบสนองความต้องการด้านศาสนกิจของผู้โดยสารกลุ่มใหญ่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

โบกี้ละหมาด: เกิดจากความต้องการจริงในช่วงเทศกาลสำคัญ

ตามรายงานของรอยเตอร์ รฟท. ได้ปรับเปลี่ยนโบกี้โดยสารชั้นสามจำนวน 2 ตู้ให้เป็นพื้นที่เฉพาะสำหรับการละหมาด (ละหมาด แปลว่า การนมัสการในศาสนาอิสลาม) โดยติดตั้งพรมละหมาด ป้ายบอกทิศทางกิบลัต (ทิศทางสู่มหานครมักกะฮ์) และอุปกรณ์อาบน้ำละหมาด (วุดู) แบบติดตั้งประจำตู้ บริการนี้จะเริ่มในเส้นทางขบวนรถด่วนพิเศษระหว่างกรุงเทพฯ (สถานีกรุงเทพอภิวัฒน์) ไปยังสถานีสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ซึ่งเป็นเส้นทางที่มีผู้โดยสารมุสลิมจำนวนมาก โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลอีดิลอัฎฮา ซึ่งตรงกับวันที่ 16-17 มิถุนายน 2567 นายเอกรัช ศรีอาระยันพงษ์ หัวหน้าสำนักงานผู้ว่าการ รฟท. เปิดเผยกับรอยเตอร์ว่า "แนวคิดนี้มาจากการสำรวจความต้องการของผู้โดยสารที่เดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงเทศกาลสำคัญทางศาสนา ซึ่งต้องการพื้นที่สงบในการปฏิบัติศาสนกิจระหว่างการเดินทาง"

รายละเอียดการดัดแปลงและสิ่งอำนวยความสะดวก

โบกี้ละหมาดนี้ถูกดัดแปลงมาจากโบกี้ชั้นสามมาตรฐานของรฟท. ซึ่งปกติมีที่นั่งแบบไม้หรือพลาสติกแข็ง 84 ที่นั่ง หลังจากดัดแปลงจะเหลือพื้นที่ว่างประมาณ 40 ตารางเมตร สามารถรองรับผู้ละหมาดได้ครั้งละประมาณ 50 คน ค่าใช้จ่ายในการดัดแปลงต่อตู้อยู่ที่ประมาณ 250,000 บาท (ประมาณ 5,100 ดอลลาร์สหรัฐฯ) ส่วนตั๋วโดยสารยังคงคิดราคาเท่าเดิมคือชั้นสาม ราคาประมาณ 800-1,200 บาทต่อเที่ยว ขึ้นอยู่กับระยะทาง โดยทางรฟท. ระบุว่าจะให้บริการในขบวนรถที่ 45/46 (กรุงเทพฯ-สุไหงโก-ลก) และขบวนรถที่ 43/44 (กรุงเทพฯ-หาดใหญ่-ปาดังเบซาร์) ซึ่งมีเวลาการเดินทางประมาณ 16-18 ชั่วโมง ทำให้ผู้โดยสารต้องอยู่บนรถไฟเป็นเวลานาน การมีพื้นที่ละหมาดจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง

ความตรงต่อเวลาสะท้อนถึงความเคารพต่อความหลากหลายทางศาสนา

แหล่งข่าวจากสำนักข่าว Associated Press (AP) ยืนยันว่า นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่รฟท. ให้ความสำคัญกับความหลากหลายทางศาสนา แต่เป็นโครงการที่ชัดเจนที่สุดในรอบหลายปี ก่อนหน้านี้รฟท. เคยปรับตู้เสบียงหรือพื้นที่ส่วนกลางให้เป็นจุดละหมาดชั่วคราว แต่ไม่เคยทำเป็นตู้เฉพาะมาก่อน นางสาวมารียัม สาและ ผู้โดยสารประจำเส้นทางหาดใหญ่-กรุงเทพฯ slot sakura ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ ให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์ว่า "ปกติเวลาละหมาดมาก็ต้องไปที่ห้องน้ำหรือตรงโถงทางเดิน ซึ่งไม่สะอาดและไม่มีสมาธิ ตอนนี้มีพื้นที่เฉพาะก็รู้สึกว่าการเดินทางมีความหมายมากขึ้น" การดำเนินการดังกล่าวยังสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมความเท่าเทียมทางศาสนาและการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งเป็นฐานประชากรมุสลิมที่ใหญ่ที่สุดของประเทศคิดเป็นร้อยละ 20-25 ของประชากรในพื้นที่

ตารางเปรียบเทียบ: สิ่งอำนวยความสะดวกบนรถไฟสายใต้

สิ่งอำนวยความสะดวกโบกี้ปกติ (ชั้นสาม)โบกี้ละหมาด (ดัดแปลง)โบกี้เสบียง/โบกี้พิเศษอื่นๆ
------------
พื้นที่ละหมาดไม่มีมีพื้นที่เฉพาะ 40 ตร.ม. รองรับ 50 คนจุดละหมาดชั่วคราวหากมีการร้องขอ
พรมละหมาด/ผ้าม่านกั้นไม่มีมีพรมปูพื้นครบ ติดตั้งผ้าม่านกั้นห้องไม่มี (พกพาเอง)
ป้ายกิบลัตไม่มีติดตั้งจากส่วนกลางไม่มี (ใช้แอปมือถือ)
อุปกรณ์วุดู (อาบน้ำละหมาด)ไม่มีติดตั้งอ่างล้างหน้าและก๊อกน้ำเฉพาะโถงทางเดินของห้องน้ำรวม
ราคาตั๋ว800-1,200 บาทราคาเท่ากับชั้นสามปกติไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
จำนวนตู้บริการ84 ที่นั่ง (เต็มรูปแบบ)2 ตู้ (ทดลอง)3 ตู้ (เสบียง/กาแฟ)

ปฏิกิริยาจากผู้โดยสารและชุมชนมุสลิม

นายอามีน กือจิ ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาส แสดงความเห็นต่อรอยเตอร์ว่า "การมีพื้นที่ละหมาดเฉพาะบนรถไฟเป็นสิ่งที่ชุมชนมุสลิมรอคอยมานาน นอกจากการละหมาดตามเวลาจะเป็นภาระหน้าที่แล้ว การได้ปฏิบัติศาสนกิจในที่ที่สะอาดและเป็นสัดส่วนยังช่วยลดความกังวลระหว่างการเดินทาง" นอกจากนี้ ศูนย์กลางอิสลามแห่งประเทศไทย (Islamic Center of Thailand) ออกแถลงการณ์ชื่นชมการดำเนินการดังกล่าว โดยระบุว่านี่เป็นก้าวสำคัญในการสร้างพื้นที่ทางศาสนาที่เท่าเทียมในระบบขนส่งสาธารณะ ตัวเลขผู้โดยสารมุสลิมในเส้นทางสายใต้มีประมาณร้อยละ 30-35 ของผู้โดยสารทั้งหมดในเส้นทางดังกล่าว โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลอีดิลอัฎฮาที่มีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าจากปกติ คือประมาณ 5,000 คนต่อวัน จากปกติ 2,500 คนต่อวัน

FAQ เกี่ยวกับโบกี้ละหมาดบนรถไฟไทย

Q1: ผู้โดยสารทุกศาสนาสามารถใช้โบกี้ละหมาดได้หรือไม่?

A1: ตามนโยบายของรฟท. โบกี้ละหมาดเปิดให้เฉพาะผู้ที่ต้องการปฏิบัติศาสนกิจในศาสนาอิสลามเท่านั้น โดยมีเจ้าหน้าที่ประจำตู้ตรวจสอบ อย่างไรก็ตาม dollar slot ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ ผู้โดยสารศาสนาอื่นสามารถใช้พื้นที่นั่งในส่วนอื่นของขบวนเดียวกันได้ ไม่มีข้อจำกัดการใช้พื้นที่ส่วนกลาง แต่พื้นที่ละหมาดสงวนไว้สำหรับชาวมุสลิมตามหลักศาสนาที่กำหนดความบริสุทธิ์ของสถานที่

Q2: โบกี้ละหมาดจะให้บริการเฉพาะช่วงเทศกาลอีดิลอัฎฮาหรือตลอดปี?

A2: รฟท. ประกาศว่าโครงการนี้เริ่มทดลองให้บริการครั้งแรกในวันที่ 14 มิถุนายน 2567 ซึ่งตรงกับช่วงเทศกาลอีดิลอัฎฮา (วันที่ 16-17 มิถุนายน) และจะประเมินผลหลังเทศกาลสิ้นสุด หากได้รับเสียงตอบรับดีจากผู้โดยสาร (โดยเฉพาะจากแบบสอบถามและจำนวนครั้งในการใช้งาน) ทางรฟท. จะขยายให้บริการแบบถาวร รวมถึงพิจารณาเพิ่มจำนวนตู้ละหมาดในเส้นทางอื่น เช่น เส้นทางกรุงเทพฯ-ยะลา-สุไหงปาดี ที่มีความต้องการใกล้เคียงกัน

อนาคตของการเดินทางที่เคารพความเชื่อ

การเปิดตัวโบกี้ละหมาดครั้งนี้ไม่เพียงแค่ตอบสนองความต้องการเฉพาะกลุ่ม แต่เป็นสัญญาณของการเติบโตของระบบขนส่งสาธารณะที่คำนึงถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรมและศาสนาอย่างแท้จริง รฟท. ประกาศเพิ่มงบประมาณ 2.5 ล้านบาทสำหรับการวิจัยและพัฒนารูปแบบตู้โดยสารที่ยืดหยุ่นต่อความต้องการทางศาสนาในอนาคต midas touch slot ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในสิ้นปี 2568 ความสำเร็จของโครงการนี้อาจเป็นต้นแบบให้กับการรถไฟในประเทศเพื่อนบ้านที่มีประชากรมุสลิมสูง เช่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย หรือตอนใต้ของฟิลิปปินส์ ในการปรับขบวนรถไฟให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตและศาสนกิจของผู้โดยสาร

joker123 net game ทดลองเล่น ฟรี

บทความที่เกี่ยวข้อง - pg slot app เว็บตรง แตกง่าย

การรถไฟแห่งประเทศไทยเปิดตัวโบกี้ละหมาดบนเส้นทางสายใต้ เริ่มให้บริการวันศุกร์ที่ 14 มิถุนายน 2567 รองรับผู้โดยสารมุสลิมช่วงเทศกาลอีดิลอัฎฮา ด้วยพรมละหมาดและทิศทา

แท็กที่เกี่ยวข้อง:

แนะนำ

友情链接:

🔗 友站推荐

แมกกาซีน
นิตยสารออนไลน์
ข่าวกีฬา
ข่าวบันเทิง
ข่าวเทคโนโลยี
สล็อตแตกง่าย
คาสิโนออนไลน์
มุมสนุก
เรื่องน่ารู้
บล็อกบันเทิง